⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2791/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2791/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การประกาศในราชกิจจานุเบกษาถือว่าบุคคลทั่วไปทราบโดยทั่วกัน โจทก์จึงไม่ต้องนำสืบว่าจำเลยทราบประกาศนั้น 2. ศาลมีอำนาจสั่งริบอาวุธที่ใช้ในการกระทำผิดได้ แม้ผู้นั้นจะมีทะเบียนและเจ้าของอาวุธไม่ได้ร่วมกระทำผิด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกประกาศห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท 2 บางชนิด.ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคมทุกปีโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ทราบทั่วกัน. จำเลยได้ทราบประกาศแล้วบังอาจใช้ปืนมีทะเบียนของ บ. ยิงวัวแดง 1 ตัว โดยมิได้รับอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ แม้โจทก์จะไม่ได้นำสืบว่าจำเลยได้ทราบประกาศกระทรวงเกษตรดังกล่าว ก็ไม่ถือว่าเป็นการสืบไม่สมฟ้อง เพราะประกาศนั้นได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ย่อมถือได้ว่าเป็นอันรู้แก่บุคคลทั่วไป รวมทั้งจำเลยด้วย โจทก์จึงมิต้องนำสืบอีก ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบปืนที่จำเลยใช้ล่าวัวแดง อันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 9 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 ได้ตามมาตรา 47 ที่จำเลยอ้างว่าเป็นปืนมีทะเบียน และเจ้าของปืนยังไม่ได้ร่วมในการกระทำผิดนั้น เรื่องเจ้าของปืนร่วมกระทำผิดหรือไม่ มิได้มีประเด็นที่จะนำสืบกันในคดีนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 ม.9 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 มาตรา 4 ได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504) ระบุว่าวัวแดงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท 2 บางชนิด ในท้องที่ทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคมทุกปีโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ทราบทั่วกัน จำเลยได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2513 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนไรเฟิลหมายเลขทะเบียน ก.จ.3/3816 ของนายเบี้ยว ยิงวัวแดง 1 ตัวในบริเวณป่าด่านแม่แฉลบโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และจำเลยที่ 1 บังอาจมีอาวุธปืนไรเฟิลของนายเบี้ยวกับกระสุน 15 นัด ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยอาวุธปืนและกระสุนเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 มาตรา 9, 39, 47 กฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ข้อ 2 ประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดระยะเวลาห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท 2 บางชนิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ข้อ 1(2) ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 ริบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้คืนอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 มาตรา 9, 39กฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ข้อ 2 ประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดระยะเวลาห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท 2 บางชนิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ข้อ 1(2)ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เฉพาะจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 อีกด้วย ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 ซึ่งเป็นกระทงหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุก 6 เดือน และปรับ 1,000 บาท แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ อาวุธปืนของกลางให้ริบเสียตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 และริบกระสุนของกลาง ส่วนจำเลยที่ 2 ลงโทษตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 มาตรา 39 ปรับ 1,000 บาท จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันล่าวัวแดงซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท 2 ในระยะเวลาที่ห้ามล่า โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และจำเลยที่ 1 มีอาวุธปืนไรเฟิลของกลางซึ่งใช้ยิงวัวแดงดังกล่าวไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้อที่ว่าโจทก์ไม่ได้นำสืบถึงว่าจำเลยได้ทราบประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดระยะเวลาห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท 2 เป็นการสืบไม่สมฟ้องนั้น ว่า ประกาศกระทรวงเกษตรดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วย่อมถือได้ว่าเป็นอันรู้แก่บุคคลทั่วไปรวมทั้งจำเลยด้วย โจทก์จึงมิต้องนำสืบ ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่าอาวุธปืนของกลางมีเลขหมายทะเบียนศาลสั่งริบไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น วินิจฉัยว่าศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้ริบปืนที่ใช้ล่าวัวแดงและถูกยึดไว้เป็นของกลางได้ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพราะปืนไรเฟิลเป็นอาวุธซึ่งจำเลยใช้ในการกระทำผิด อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 9 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัตินี้ ที่จำเลยอ้างว่าเจ้าของปืนยังไม่ได้ร่วมในการกระทำผิดนั้น เห็นว่าเรื่องเจ้าของปืนร่วมกระทำผิดหรือไม่มิได้มีประเด็นที่จะนำสืบกันในคำนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2791/2516 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นายเหล่า หรือเฉลา หรือเหลา นุชอิ่ม ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นายเหล่า หรือเฉลา หรือเหลา นุชอิ่ม ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แผลง สระวาสี · ประสาท สุคนธมาน · ประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 651/2507ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 3067/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา