คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3365/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ร้องนำสืบถึงเหตุแห่งความจริง เจตนา และความสัมพันธ์ของผู้ให้แก่ผู้รับการยกให้ แม้เอกสารจะระบุชื่อผู้รับเพียงคนเดียว ก็ไม่ใช่การนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นที่ดินมี น.ส.3 และมีชื่อจำเลยเป็นผู้รับยกให้จาก ว. การที่ผู้ร้องนำสืบว่า ว. ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยและผู้ร้องตามคำสั่งของบิดามารดาผู้วายชนม์ แต่ในวันจดทะเบียนโอนผู้ร้องป่วย ไปรับโอนไม่ได้ จึงลงชื่อจำเลยเป็นผู้รับการยกให้แต่ผู้เดียวและหลังจากได้รับที่ดินแล้ว ผู้ร้องกับจำเลยได้นำเงินที่ทำมาหาได้ร่วมกันปลูกเรือนลงในที่ดินนั้นและใช้อยู่อาศัยด้วยกันมา เป็นเวลากว่า10 ปีแล้ว นั้น เป็นการนำสืบถึงเหตุแห่งความจริงเจตนาและความสัมพันธ์ของผู้ให้กับผู้รับการยกให้ แม้ตามเอกสารจะมีชื่อจำเลยเป็นผู้รับการยกให้แต่เพียงคนเดียวก็ไม่ใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงนำยึดทรัพย์ คือที่ดินมี น.ส.๓ หนึ่งแปลง กับเรือน ๑ หลัง ของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เป็นภริยาจำเลย แต่มิได้จดทะเบียนสมรสเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ ผู้ร้องกับจำเลยได้รับยกให้ที่ดินที่โจทก์นำยึดจากนายมงคลและนางวง แสงทอง แต่ในการทำสัญญาและจดทะเบียนนิติกรรมให้ ผู้ร้องให้จำเลยลงชื่อเป็นผู้รับยกให้ และผู้ร้องกับจำเลยได้ครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของร่วมกันตลอดมา ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินที่ขายทอดตลาดกึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๑๘,๓๐๐ บาท ขอให้กันส่วนค่าขายทรัพย์ดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง
โจทก์คัดค้านว่า ทรัพย์พิพาทนั้นเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้กันส่วนเงินค่าเรือนให้ผู้ร้องกึ่งหนึ่งตามที่โจทก์ยินยอม ส่วนที่ผู้ร้องขอให้กันส่วนเงินค่าขายที่ดินให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่ผู้ร้องนำนางวง แสงทอง มาสืบว่านางวงได้ยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลย และผู้ร้อง ตามคำสั่งของบิดามารดาผู้วายชนม์ แต่ในวันจดทะเบียนโอนผู้ร้องป่วย ไปรับโอนไม่ได้ จึงได้ลงชื่อจำเลยเป็นผู้รับการยกให้แต่ผู้เดียว และผู้ร้องนำสืบว่าหลังจากได้รับที่ดินแล้ว ผู้ร้องกับจำเลยได้นำเงินที่ทำมาหาได้ร่วมกันเป็นเงิน ๘,๐๐๐ บาท ปลูกเรือนลงในที่ดินแปลงดังกล่าวและใช้อยู่อาศัยด้วยกันมาจนบัดนี้ เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นที่ดิน น.ส.๓ การยกให้ก็อาจทำได้โดยการมอบการครอบครองให้และตามพฤติการณ์ก็ฟังได้ว่าผู้ร้องได้สิทธิครอบครองแล้ว การนำสืบของผู้ร้องดังกล่าวแล้ว เป็นการนำสืบถึงเหตุแห่งความจริง เจตนาและความสัมพันธ์ของผู้ให้กับผู้รับการยกให้ แม้เอกสารหมาย ร.๒ จะมีชื่อจำเลยเป็นผู้รับการยกให้แต่เพียงคนเดียวก็ตาม ก็ไม่ใช่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารเทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๘๖,๘๘๗/๒๔๙๘ระหว่าง นางสระ มิ่งขวัญ โจทก์ นางดารา สิงหไพศาล จำเลย และคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๕๑/๒๔๙๒ ระหว่างนางหวา ต้องประสงค์ โจทก์นายทอง นางนวล จำเลย และคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๕๑/๒๔๙๒ ระหว่างนางหวา ต้องประสงค์ โจทก์ นายทอง นางนวล จำเลย เมื่อผู้ร้องได้สิทธิครอบครองแล้ว ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะได้รับการกันส่วนเงินค่าขายทอดตลาดที่ดินที่ยึด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกคำขอกันส่วนของผู้ร้องนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น
พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ให้กันส่วนเงินค่าขายทอดตลาดที่ดินกึ่งหนึ่งให้ผู้ร้องให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความสามศาล โดยกำหนดค่าทนายความให้ เป็นเงิน๕๐๐ บาทแทนผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3365/2516
นายสมควร ภู่สุวรรณ โจทก์
นายเทือง มะลิอ่อง จำเลย
นางส้มลิ้ม มะลิอ่อง ผู้ร้องขอกันส่วน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมควร ภู่สุวรรณ · จำเลย - นายเทือง มะลิอ่อง · ผู้ร้องขอกันส่วน - นางส้มลิ้ม มะลิอ่อง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ผสม จิตรชุ่ม · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายดำรง อุณหวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ มหาวินิจฉัยมนตรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา