⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 356/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ก่อนทำสัญญาให้สิ้นไปตามกฎหมาย และสิทธิในภารจำยอมที่ระงับไปแล้วโดยนิติกรรมหรือคำพิพากษาตามยอม ย่อมไม่อาจนำกลับมาอ้างเป็นข้อต่อสู้กับบุคคลภายนอกผู้รับโอนทรัพย์สินได้

ย่อคำพิพากษา

เดิมจำเลยได้เป็นโจทก์ฟ้อง ด. เจ้าของเดิมของที่พิพาทว่า ในที่พิพาทมีทางจำเป็น ด. ยอมให้จำเลยใช้มากว่าสิบปี ตกเป็นภารจำยอม ด. ต่อสู้ว่าทางในที่พิพาทไม่ใช่ทางภารจำยอมหรือทางจำเป็น คดียังไม่มีการสืบพยานจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับ ด. มีข้อความว่าด. ยอมให้จำเลยเช่าทางพิพาทตามสภาพเดิม ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 100 บาท จำเลยตกลงเช่า.ดังนี้ ข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นย่อมระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 ครั้นต่อมา ด.ขายที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์บอกเลิกการเช่า แล้วโจทก์มาฟ้องขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่พิพาท จำเลยจะอ้างสิทธิอันมีมาก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นข้อต่อสู้ฟ้องแย้งขอแสดงว่ามีทางอันเป็นภารจำยอมในที่พิพาทอีกหาได้ไม่ สิทธิในภารจำยอมอาจสิ้นสุดลงได้ด้วยเหตุหลายประการ ไม่เฉพาะที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1397,1399 เท่านั้น ภารจำยอมอาจสิ้นสุดลงโดยนิติกรรมระหว่างเจ้าของสามยทรัพย์และภารยทรัพย์ตกลงกันให้ภารจำยอมที่มีอยู่ระงับสิ้นไปก็ได้ โดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1299 และ1301 เมื่อจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทเรื่องภารจำยอมกับ ด. เจ้าของที่พิพาทเดิม จนศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว จำเลยและ ด. ย่อมจะต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีนั้น เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิอ้างทางภารจำยอมมายัน ด.จำเลยย่อมจะอ้างทางภารจำยอมมายันโจทก์ผู้รับโอนที่พิพาทจาก ด. ไม่ได้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1301 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1397 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1399

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนายดำรง งามวงศ์วานเช่าที่ดินของนายดำรงในอัตราค่าเช่าเดือนละ100 บาท ต่อมาโจทก์ซื้อที่ดินจากนายดำรงและแจ้งให้จำเลยติดต่อกับโจทก์ จำเลยไม่ยอมมา โจทก์ให้นายดำรงบอกเลิกการเช่าแล้ว ขอให้ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ และให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 100 บาท จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยใช้ที่พิพาทเป็นทางเข้าออกมา 10 ปีเศษแล้ว เป็นทางจำเป็นและภารจำยอม ฟ้องแย้งขอให้ห้ามโจทก์มิให้ขัดขวางจำเลยในการที่จะใช้ทางพิพาทอันเป็นภารจำยอม ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามไม่ให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทของโจทก์ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 50 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจะไม่เกี่ยวข้อง ให้ยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตามสำนวนคดีแดงที่ 147/2508 ของศาลชั้นต้นจำเลยในคดีนี้ได้เป็นโจทก์ฟ้องนายดำรง งามวงศ์วาน ซึ่งเป็นเจ้าของเดิมของที่พิพาทรายนี้เป็นจำเลย มีข้อกล่าวหาว่า ในที่พิพาทมีทางจำเป็น โดยนายดำรง งามวงศ์วาน ยอมให้จำเลยใช้มากว่า10 ปี ตกเป็นภารจำยอม นายดำรง งามวงศ์วาน ให้การต่อสู้รวมใจความว่าทางในที่พิพาทไม่ใช่ทางภารจำยอมหรือทางจำเป็นดังฟ้อง คดียังไม่ได้มีการสืบพยานในประเด็นที่ว่า ทางในที่พิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่ จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนายดำรง งามวงศ์วานมีข้อความเพียงว่า นายดำรงยอมให้จำเลยเช่าทางพิพาทตามสภาพเดิมโดยคิดค่าเช่าเดือนละ 100 บาท จำเลยต้องชำระค่าเช่านับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2508 เป็นต้นไป และต้องชำระในต้นเดือน จำเลยตกลงเช่า ปัญหามีว่า จำเลยจะฟ้องแย้งโจทก์ในคดีนี้ในฐานะผู้รับโอนที่พิพาทจากนายดำรง งามวงศ์วาน ขอให้แสดงว่ามีทางอันเป็นภารจำยอมในที่พิพาทได้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มูลกรณีที่เป็นข้ออ้างในการฟ้องของจำเลยในคดีแดงที่ 147/2508 กับฟ้องแย้งในคดีนี้ เป็นเหตุอย่างเดียวกัน คือให้เปิดทางภารจำยอมในที่พิพาทซึ่งในคดีก่อนคู่ความตกลงกันโดยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลได้พิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดไปแล้ว ข้อพิพาทที่มีอยู่ก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนั้นย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 จำเลยจะอ้างสิทธิอันมีมาก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นข้อต่อสู้ฟ้องแย้งขอแสดงว่ามีทางอันเป็นภารจำยอมในที่พิพาทอีกหาได้ไม่ ในประเด็นที่ว่า ที่ดินรายพิพาทยังตกเป็นทางภารจำยอมหรือไม่นั้น เห็นว่าสิทธิในภารจำยอมอาจสิ้นสุดลงได้ด้วยเหตุหลายประการหาได้สิ้นไปแต่เฉพาะที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1397, 1399 เท่านั้น ตามที่จำเลยฎีกาไม่ ภารจำยอมอาจสิ้นสุดลงโดยนิติกรรมระหว่างเจ้าของสามยทรัพย์และภารยทรัพย์ตกลงให้ภารจำยอมที่มีอยู่ระงับสิ้นไปก็ได้ โดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1299 และ 1301 ในคดีนี้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทเรื่องภารจำยอมกับนายดำรงเจ้าของเดิม จนศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว จำเลยและนายดำรงย่อมจะต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีนั้น เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิอ้างทางภารจำยอมมายันนายดำรงเจ้าของเดิมได้ จำเลยจึงอ้างทางภารจำยอมมายันโจทก์ผู้รับโอนที่พิพาทมาจากนายดำรงเจ้าของเดิมไม่ได้ด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2516 นางสาวประเสริฐ ลวันยานนท์ โจทก์ นายชิน นนทนาคร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวประเสริฐ ลวันยานนท์ · จำเลย - นายชิน นนทนาคร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดวง ดีวาจิน · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 3996/2541ฎีกา 231/2482ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1000/2505ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 6868/2541ฎีกา 377/2536ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 5640/2541ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 218/2481ฎีกา 265/2534ฎีกา 4564/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา