⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 821/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าผู้ซื้อทรัพย์สินในการขายทอดตลาดของศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ซื้อโดยสุจริตหรือไม่นั้น ต้องอาศัยพฤติการณ์ต่างๆ ทั้งก่อนและในขณะซื้อประกอบกัน หากผู้ซื้อรู้มาก่อนว่าทรัพย์สินที่ทำการขายทอดตลาดมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ย่อมฟังไม่ได้ว่าผู้ซื้อเป็นผู้ซื้อโดยสุจริต

ย่อคำพิพากษา

คำว่า โดยสุจริตของผู้ซื้อทรัพย์สินในการขายทอดตลาดของศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1330 นั้น หมายความว่า ผู้ซื้อไม่รู้ว่ามิใช่ทรัพย์ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลผู้ล้มละลาย และในการวินิจฉัยว่าผู้ซื้อสุจริตหรือไม่ย่อมอาศัยพฤติการณ์ต่างๆ ทั้งก่อนและในขณะซื้อประกอบกัน หาใช่ต้องพิจารณาเฉพาะแต่ในเวลาซื้อเท่านั้นไม่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์รู้มาแต่แรกก่อนเข้าประมูลซื้อแล้วว่าที่พิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการขายทอดตลาดมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ย่อมฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ซื้อโดยสุจริตในการขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1330

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ตามประกาศขายทอดตลาดของลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ๔/๒๕๐๗ ของศาลจังหวัดสระบุรีระหว่างนางทองคำ เผือกพิบูลย์ กับพวก โจทก์ นายสมเกียรติ จิตรธรรมจำเลย คือ ที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๒๕ หมู่ที่ ๘ ตำบลท่าคล้อ อำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรี ในราคา ๒๕,๐๐๐ บาท ต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอแก่งคอยได้ออกไปรังวัดเพื่อออก น.ส.๓ และจดทะเบียนตามคำขอของโจทก์และตามคำสั่งศาล จำเลยทั้งหมดได้คัดค้านและบุกรุกที่ดินของโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทนี้เป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินส.ค.๑ เลขที่ ๒๕ของนายสมเกียรติ จิตรธรรม การยึดและขายทอดตลาดเกิดจากการทุจริตร่วมกันระหว่างนายเฉลียงจ่าศาลจังหวัดสระบุรี โดยร่วมกับนายสมเกียรติ จิตรธรรมลูกหนี้ตามคำพิพากษาและโจทก์ในคดีดังกล่าวซึ่งเป็นสามีภริยากัน ทั้งเป็นการยึดทรัพย์ที่เกินกว่าที่พอชำระหนี้อันเป็นการฝ่าฝืนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๔ และจำเลยยังถูกหลอกลวงให้หลงเชื่อไม่ให้ร้องขัดทรัพย์ ซึ่งผลที่สุดเป็นเหตุให้ที่พิพาทหนี้ถูกขายทอดตลาดไปโจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์โดยไม่สุจริตไม่ได้สิทธิในที่ดิน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริตพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความต้องกันมาว่า โจทก์และนายสมเกียรติ จิตรธรรมลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นสามีภริยาแต่ได้หย่ากันทางทะเบียนเพื่อประโยชน์ทางคดีได้ร่วมกับเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔/๒๕๐๗ ของศาลจังหวัดสระบุรี โดยไม่สุจริต วางแผนให้มีการยึดที่พิพาทซึ่งเป็นของจำเลยแทนที่จะยึดที่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำยึดและได้หลอกให้จำเลยเข้าใจผิดไม่ดำเนินการร้องขัดทรัพย์ แล้วโจทก์ได้เข้าสู้ราคาและซื้อได้โดยให้ราคาท่วมท้นหนี้และค่าธรรมเนียมในคดี เป็นผลให้ผู้แพ้คดีได้รับเงินที่เหลือจากต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาและไม่ต้องถูกบังคับขายที่ดินและเรือนที่ถูกยึดไว้ก่อนแล้ว ข้อเท็จจริงนี้โจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้ง คงมีประเด็นที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งว่าความสุจริตหรือไม่สุจริตของผู้ซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๐ หมายเฉพาะในเวลาซื้อเท่านั้นจะนำเหตุการณ์ก่อนมีการขายทอดตลาดมาพิจารณามิได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๐บัญญัติว่า "สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลหรือคำสั่งเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ในคดีล้มละลายนั้น ท่านว่ามิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้โดยคำพิพากษาหรือผู้ล้มละลาย" บทบัญญัติมาตรานี้บัญญัติคุ้มครองผู้ซื้อทรัพย์โดยสุจริตจากการขายทอดตลาดของศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ คำว่าโดยสุจริต ในมาตรานี้มีความหมายว่า ไม่รู้ว่ามิใช่ทรัพย์ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลผู้ล้มละลาย ในการที่จะวินิจฉัยว่าผู้ซื้อสุจริตหรือไม่ย่อมต้องพิจารณาพฤติการณ์ต่าง ๆ ทั้งก่อนและในขณะซื้อประกอบกันว่าผู้ซื้อรู้อยู่หรือไม่ว่าทรัพย์ที่ตนซื้อจากการขายทอดตลาดมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือของบุคคลผู้ล้มละลาย และย่อมเป็นอำนาจของศาลที่จะหยิบยกเอาพฤติการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ความจากการนำสืบของคู่ความมาประมวลฟังข้อเท็จจริงว่าสุจริตหรือไม่ หาใช่จำกัดต้องพิจารณาเฉพาะแต่ในเวลาซื้อเท่านั้น ข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่า โจทก์รู้มาแต่แรกและแม้ในขณะเข้าประมูลซื้อว่าที่พิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการขายทอดตลาดเป็นของจำเลยมิใช่ของนายสมเกียรติ จิตรธรรม ลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔/๒๕๐๗ จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นผู้ซื้อโดยสุจริตตามมาตรา ๑๓๓๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2516 นางคูณ ทองเสนา หรือจิตรธรรม โจทก์ นายศิลา เครือมะณี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคูณ ทองเสนา หรือจิตรธรรม · จำเลย - นายศิลา เครือมะณี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · อุดม เพชรคุปต์ · พิชัย รชตะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายประพันธ์ ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8223/2542ฎีกา 482/2525ฎีกา 2775/2541ฎีกา 437/2508ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2644/2530ฎีกา 26/2537ฎีกา 746/2509ฎีกา 1939/2538ฎีกา 5332/2533ฎีกา 2970/2543ฎีกา 1565/2530ฎีกา 6087/2551ฎีกา 1429-1430/2525ฎีกา 1221/2540ฎีกา 1015/2527ฎีกา 7822/2547ฎีกา 875/2501ฎีกา 1635/2509ฎีกา 2452/2535ฎีกา 4582/2536ฎีกา 2144/2537ฎีกา 112/2539ฎีกา 823/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา