⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 940/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ศาลกำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา โดยให้จำเลยนำเงินค่าเช่ามาวางศาลนั้น จะต้องปรากฏว่าโจทก์มีสิทธิในเงินค่าเช่านั้นนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการให้โดยอ้างว่าได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างโดยขาดเจตนา ย่อมขอให้ศาลสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา โดยให้จำเลยนำเงินค่าเช่าห้องแถวพิพาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะเสร็จคดีมาวางศาลได้ เพราะถ้าศาลพิพากษาให้เพิกถอน โจทก์ย่อมมีสิทธิในเงินค่าเช่าห้องแถวนับแต่วันจดทะเบียนสัญญาให้ มิใช่ตั้งแต่วันศาลพิพากษาให้เพิกถอนดังฟ้องขอให้เพิกถอนการให้ เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.111 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.117 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.534

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้เพิกถอนนิติกรรมและจดทะเบียนยกให้ซึ่งเป็นที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างซึ่งปลูกอยู่ในที่ดิน โอนคืนให้โจทก์และให้โจทก์มีสิทธิเก็บค่าเช่าห้องแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวและห้ามมิให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องเก็บค่าเช่า จำเลยให้การว่า โจทก์โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างในที่ดินให้แก่จำเลยโดยสมัครใจ ทั้งเวลาก่อนหรือขณะให้โจทก์มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดี และการให้นั้นโจทก์ได้โอนให้จำเลยโดยมีค่าตอบแทน ระหว่างพิจารณาคดี โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณา โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินค่าเช่าห้องแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทแปลงหนึ่ง เป็นเงินเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท มาวางต่อศาลนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะเสร็จคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินค่าเช่าห้องแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเงินเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท มาวางศาลทุก ๆ เดือนนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม๒๕๑๔ เป็นต้นไป จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และเมื่อฝ่ายใดชนะคดีก็ให้ฝ่ายนั้นรับเงินที่วางศาลนี้ไปได้ จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น เป็นให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินและห้องแถวโฉนดเลขที่ ๑๘๓๕มีรายได้ค่าเช่าเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท ทั้งคำขอท้ายฟ้องก็ขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่าโจทก์มีสิทธิเก็บค่าเช่า และห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องเก็บค่าเช่าด้วย เมื่อค่าเช่าเป็นดอกผลนิตินัยของที่ดินและห้องแถว หากสัญญายกให้ที่โจทก์ฟ้องจะต้องถูกเพิกถอนคืนสู่ฐานะเดิมแล้ว ก็รวมถึงการคืนดอกผลคือค่าเช่าย้อนขึ้นไปด้วยทรัพย์พิพาทกันในคดีนี้จึงมีค่าเช่ารวมอยู่ด้วย และเป็นประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัย ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาให้จำเลยนำเงินค่าเช่าห้องแถวมาวางศาลเป็นการสมควรหรือไม่ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการให้โดยอ้างว่าได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างโดยขาดเจตนา ซึ่งถ้าศาลพิพากษาให้เพิกถอน โจทก์ย่อมมีสิทธิในเงินค่าเช่าห้องแถวนับตั้งแต่วันจดทะเบียนสัญญาให้ มิใช่ตั้งแต่วันศาลพิพากษาชี้ขาดให้เพิกถอน เพราะโจทก์มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณจะได้ถือว่าโจทก์มีสิทธิในค่าเช่านับตั้งแต่วันที่ศาลพิพากษาชี้ขาดเพิกถอนการให้ดังนี้ คำร้องที่โจทก์ยื่นจึงมีเหตุอันสมควรได้รับการคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2516 นางสำเภา กลีบยี่สุ่น โจทก์ นางประไพพร รักประยูร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำเภา กลีบยี่สุ่น · จำเลย - นางประไพพร รักประยูร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · ประสาท สุคนธมาน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 947/2495ฎีกา 324/2504ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 1117/2493ฎีกา 4273/2531ฎีกา 580/2492ฎีกา 1368/2510ฎีกา 271/2487ฎีกา 171/2521ฎีกา 2026/2494ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 370/2506ฎีกา 4085/2546ฎีกา 737/2523ฎีกา 320/2538ฎีกา 1728/2534ฎีกา 2580/2527ฎีกา 291/2522ฎีกา 134/2513ฎีกา 7301/2559ฎีกา 356/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา