⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1857/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1857/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การถอนคำร้องทุกข์หลังจากคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่มีผลทำให้คดีระงับ * การที่ศาลฎีกาไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ถือว่าคดีถึงที่สุดเมื่อครบกำหนดระยะเวลายื่นฎีกา

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้จำเลยจะยื่นฎีกาไว้แต่ในที่สุดศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกา ต้องถือว่าคดีถึงที่สุดเมื่อระยะเวลายื่นฎีกาได้สิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์หลังจากคดีถึงที่สุดไปแล้ว ย่อมไม่เป็นผลให้คดีระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังใช้บังคับอยู่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลย จำเลยมายื่นคำร้องขอคืนค่าปรับโดยอ้างเหตุว่าผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์แล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งคืนค่าปรับให้จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.28

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘ ให้จำคุกจำเลย ๒ เดือน ปรับ ๒๐๐ บาท แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๑ ปี จำเลยได้ชำระค่าปรับและยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาหลังจากที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาแล้ว จำเลยและผู้เสียหายมาแถลงต่อศาลว่าขอยอมความและถอนคำร้องทุกข์ไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไป ต่อมาจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง เพราะจำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ เมื่อจำเลยทราบคำสั่งของศาลฎีกาแล้ว ได้ยื่นคำร้องว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์แล้ว จึงขอคืนเงินค่าปรับที่ได้ชำระไว้ต่อศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลฎีกาสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาจำเลย ที่ผู้เสียหายและจำเลยตกลงยอมความ และถอนคำร้องทุกข์นั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้มีคำสั่งแต่อย่างใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมถึงที่สุด จำเลยขอคืนค่าปรับไม่ได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแม้จำเลยจะได้ยื่นฎีกาไว้แต่ในที่สุดศาลฎีกาสั่งไม่รับฎีกา คดีจึงถึงที่สุด เมื่อระยะเวลายื่นฎีกาได้สิ้นสุดลงดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๗ วรรค ๒ คดีถึงที่สุดตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ หลังจากคดีถึงที่สุดไปแล้ว ย่อมไม่เป็นผลให้คดีระงับไปแต่อย่างใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้จำคุกและปรับจำเลยยังใช้บังคับอยู่ ไม่มีเหตุจะสั่งคืนค่าปรับให้จำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1857/2517 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายบุญค้ำ แก้วทาสี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายบุญค้ำ แก้วทาสี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายประยูร มูลศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ พยัคฆบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1656/2512ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1588/2479ฎีกา 19406/2555ฎีกา 8080/2538ฎีกา 10648/2554ฎีกา 1124/2496ฎีกา 4276/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 6321/2544ฎีกา 801/2503ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 540/2485ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา