⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2016/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2016/2517

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าได้ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินจากจำเลยหนังสือสัญญามีข้อความว่า จำเลยจะสร้างบ้านให้โจทก์ภายในกำหนดเวลาในสัญญาด้วย แต่จำเลยไม่สร้างให้เสร็จตามสัญญา จำเลยให้การต่อสู้ว่าข้อความในหนังสือสัญญาที่ว่าจำเลยจะสร้างบ้านให้เสร็จตามที่โจทก์ฟ้องนั้นเป็นข้อความปลอม โจทก์จึงขอให้ศาลเรียกสัญญาเช่าซื้อคู่ฉบับจากจำเลย ศาลมีคำสั่งเรียกเอกสารดังกล่าวจำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่ส่งเอกสารภายในกำหนดที่ศาลสั่ง ดังนี้ต้องถือว่าจำเลยได้ยอมรับว่าข้อความในเอกสารมีอยู่ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา123

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อที่ดิน กับจำเลยที่ 1ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้เริ่มก่อการและตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 ยังมิได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด โดยได้ชำระเงินให้จำเลยในวันทำสัญญาจำนวน 10,000 บาท ตามสัญญาดังกล่าวจำเลยทั้งสองต้องสร้างบ้านให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2514 และให้โจทก์ผู้เช่าซื้อเข้าอาศัยอยู่ได้ทันที ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่สร้างบ้านให้เสร็จตามสัญญา โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินที่ได้ชำระไปแล้วคืนจำเลยทั้งสองไม่ชำระ จึงขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 10,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 2 ลงชื่อในสัญญาท้ายฟ้องในฐานะทำการแทนจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ข้อความในสัญญาที่ว่าผู้ให้เช่าซื้อจะสร้างบ้านแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2514 เป็นข้อความปลอม ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 10,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 30 มีนาคม 2515 จนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในปัญหาเกี่ยวกับข้อความในสัญญาเช่าซื้อที่มีเพิ่มเติมจากแบบพิมพ์ว่า จำเลยที่ 1 รับจะสร้างบ้านให้แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2514 เป็นข้อความปลอมหรือไม่นั้น ปรากฏว่าโจทก์ได้ขอให้ศาลเรียกสัญญาเช่าซื้อคู่ฉบับกับสัญญาหมาย จ.1ที่โจทก์อ้างจากจำเลย ศาลได้มีคำสั่งเรียกเอกสารดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 ให้นำส่งศาลก่อนวันที่ 21 มิถุนายน 2515 จำเลยที่ 1 ได้รับคำสั่งนี้เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2515 แต่มิได้ดำเนินการประการใดจนได้มีการเลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ไปในวันที่ 6 กรกฏาคม 2515 ทนายโจทก์แถลงขอให้ศาลสอบจำเลยในเรื่องไม่ส่งเอกสาร ทนายจำเลยจึงแถลงว่าสัญญาดังกล่าวมีอยู่ที่จำเลยจริง แต่ยังค้นหาไม่พบ ดังนี้ เห็นว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องภายในกำหนดมาแต่แรกแล้ว กรณีย่อมต้องถือว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์จะนำสืบโดยเอกสารคือข้อความในเอกสารนั้น จำเลยได้ยอมรับแล้วว่ามีอยู่ตามคู่ฉบับที่โจทก์ส่งศาลจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 123 ฉะนั้นเมื่อสัญญาเช่าซื้อมีข้อความเพิ่มเติมตั้งแต่วันทำสัญญา และอยู่ในความครอบครองของจำเลยตลอดมา โจทก์จะนำมาปลอมได้อย่างไร ทั้งข้อความที่เพิ่มเติมนั้นก็มีใจความต่อเนื่องกับสัญญาข้อ 4ตามแบบพิมพ์ ดังนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ชัดเจนว่าข้อความเพิ่มเติมในสัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมาย จ.1 มิใช่ข้อความปลอม โจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงผูกพันตามข้อความที่เพิ่มเติมโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วย และไม่จำเป็นที่คู่สัญญาจะต้องลงชื่อกำกับไว้อีกดังที่จำเลยอ้าง ที่ศาลชั้นต้นห้ามจำเลยมิให้ถามค้านพยานในประเด็นเกี่ยวกับสัญญาปลอมจึงเป็นการชอบแล้ว การต่อสู้คดีของจำเลยมีลักษณะในทางประวิงคดี ไม่มีเหตุสมควรที่จะให้ดำเนินการสืบพยานจำเลยต่อไปใหม่ตามฎีกาของจำเลย" ศาลฎีกาวินิจฉัยด้วยว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2016/2517 นายหิรัญ แสงขัติยะ โจทก์ บริษัทชัยวัฒนาบ้านที่ดิน จำกัดฯ ที่ 1 นายชิงชัย บัณทราภิวัฒน์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหิรัญ แสงขัติยะ · จำเลย - บริษัทชัยวัฒนาบ้านที่ดิน จำกัดฯ ที่ 1 นายชิงชัย บัณทราภิวัฒน์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริ อติโพธิ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา