⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2813/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยได้รับคำสั่งเรียกพยานเอกสารแล้วไม่ส่งตามคำสั่งศาลและไม่นำสืบพยานให้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์ต้องนำสืบโดยพยานเอกสารนั้นจำเลยยอมรับแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสี่ขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุจากจำเลยที่ 2 เพื่อนำสืบว่าจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเท่ากับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ได้รับคำสั่งเรียกพยานเอกสารแล้วไม่ยอมส่งกรมธรรม์ประกันภัยตามคำสั่งศาลและไม่นำสืบพยานให้เห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าข้อเท็จจริงแห่งข้ออ้างที่โจทก์ทั้งสี่ต้องนำสืบโดยกรมธรรม์ประกันภัยว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสี่เต็ม จำนวนเท่ากับจำเลยที่ 1 นั้น จำเลยที่ 2 ได้ยอมรับแล้วตามป.วิ.พ. มาตรา 123 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นไม่ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเท่าที่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดจึงไม่ถูกต้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.123

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๙๑๒,๑๓๗ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุและไม่เคยเอาประกันภัยรถยนต์บรรทุกตามฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่าไม่เคยรับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ... หากจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดก็ไม่เกินจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๔๖๕,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดชำระเงินจำนวน ๕๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกหกล้อคันเกิดเหตุ และต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสี่ มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ว่า จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเท่าที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดหรือไม่ คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์บรรทุกหกล้อคันเกิดเหตุจากจำเลยที่ ๒ เพื่อนำสืบว่าจำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเท่ากับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ได้รับคำสั่งเรียกพยานเอกสารแล้วตามใบรับคำสั่งเรียกพยาน จำเลยที่ ๒ ไม่ยอมส่งกรมธรรม์ประกันภัยตามคำสั่งศาลและไม่นำสืบพยานให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงถือว่าข้อเท็จจริงแห่งข้ออ้างที่โจทก์ทั้งสี่ต้องนำสืบโดยกรมธรรม์ประกันภัยว่าจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสี่เต็มจำนวนเท่ากับจำเลยที่ ๑ นั้น จำเลยที่ ๒ ได้ยอมรับแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๒๓ วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นไม่ให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดในค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเท่าที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดจึงไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๔๖๕,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสี่ นายสุภัทร์ สุทธิมนัส ผู้ช่วย ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายวีระวัฒน์ ปวราจารย์ ผู้ช่วย/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813/2545 นางดาวเรือง เหล่าขำ กับพวก นายสุภา ชำนำเหลือง กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก - นางดาวเรือง เหล่าขำ · กับพวก - นายสุภา ชำนำเหลือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สายันต์ สุรสมภพ · ไพศาล เจริญวุฒิ · วิศณุ เลื่อมสำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชัยรัตน์ ชูแก้ว · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4940/2539ฎีกา 8408/2538ฎีกา 16/2517ฎีกา 5524/2533ฎีกา 1688/2520ฎีกา 1813/2511ฎีกา 918/2509ฎีกา 3540/2542ฎีกา 1069/2519ฎีกา 2121/2529ฎีกา 827/2484ฎีกา 3319/2552ฎีกา 1822/2533ฎีกา 625/2484ฎีกา 2662/2524ฎีกา 838/2507ฎีกา 939/2503ฎีกา 4198/2532ฎีกา 183-185/2497ฎีกา 39-40/2490ฎีกา 845/2524ฎีกา 2519/2530ฎีกา 2464/2524ฎีกา 1745/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา