⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 452/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือเป็นการเสียเปรียบแก่คู่ความอีกฝ่าย ศาลจึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ยื่นบัญชีระบุพยานได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยและจำเลยร่วมไม่ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยาน 3 วัน และไม่อ้างเหตุขัดข้องประการใด เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายสืบพยานก่อนสืบพยานเสร็จแล้วถึง 24 วัน จำเลยร่วมจึงยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเช่นนี้ โจทก์ย่อมไม่ทราบถึงพยานหลักฐานของจำเลยร่วมว่ามีอย่างไรก่อนที่จะสืบพยานของตน เป็นการเสียเปรียบในทางคดี และคำร้องของจำเลยร่วมก็มิได้อ้างเหตุสมควรว่าตนไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานมาสืบหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานมีอยู่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสาม จึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยร่วมระบุพยานได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดกับจำเลยและขอแบ่งทรัพย์ กับขอให้ศาลพิพากษาว่าการขายฝากที่ดินระหว่างจำเลยและนายสมบุญ จานศิลา เป็นโมฆะ ต่อมาศาลอนุญาตให้เรียกนายสมบุญ จานศิลา เข้าเป็นจำเลยร่วม จำเลยและจำเลยร่วมต่างให้การต่อสู้คดี ขอให้ศาลยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยและจำเลยร่วมยังไม่ยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลชั้นต้นงดสืบพยานจำเลยและจำเลยร่วม พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน และพิพากษาว่าการโอนที่ดินโฉนดที่ 12221 และ 12522 ให้จำเลยร่วมเป็นโมฆะ ให้จำเลยแบ่งทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้อง 4 รายการให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ หรือยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น รับบัญชีพยานจำเลยร่วมดำเนินการสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นไม่รับบัญชีพยานจำเลยร่วมชอบแล้ว แต่คดีนี้โจทก์มิได้ขอให้ศาลพิพากษาว่า นิติกรรมการซื้อขายทรัพย์อันดับ 4 เป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านิติกรรมการซื้อขายทรัพย์อันดับ 4 เป็นโมฆะ เป็นการเกินคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 และเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ทรัพย์อันดับ 4 เป็นโมฆะ จึงต้องถือว่าจำเลยร่วมเป็นเจ้าของทรัพย์อันดับที่ 4 จะนำทรัพย์อันดับ 4 มาแบ่งไม่ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า นิติกรรมการโอนที่ดินระหว่างจำเลยกับจำเลยร่วมเป็นโมฆะเฉพาะนิติกรรมการขายฝากที่ดินโฉนดที่ 12221 ให้จำเลยแบ่งทรัพย์อันดับ 1 อันดับ 2 และอันดับ 3 ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาขอให้รับบัญชีพยานของจำเลยร่วมแล้วดำเนินการสืบพยานต่อไปและพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกาขอให้แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น หรือพิพากษาให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งทรัพย์อันดับ 4 คือเงินสด 30,000 บาท ที่ยังอยู่กับนางทุเรียนให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมมีปัญหาเฉพาะให้รับบัญชีพยานจำเลยร่วมเท่านั้น เห็นว่าจำเลยและจำเลยร่วมทราบวันนัดสืบพยานและได้ไปศาลในวันสืบพยานโจทก์นัดแรกเมื่อวันที่1 พฤษภาคม 2513 แต่ไม่ยื่นบัญชีพยานก่อนวันสืบพยาน 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคแรก ทั้งไม่อ้างเหตุขัดข้องประการใด ครั้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยและจำเลยร่วมวันที่ 1 มิถุนายน 2513 วันที่ 25 พฤษภาคม2513 จำเลยร่วมผู้เดียวจึงยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีพยาน อ้างว่าเพราะถูกเรียกมาเป็นจำเลยร่วมโดยไม่รู้ตัวมาก่อน ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะจำเลยร่วมได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2513 แสดงว่าทราบดีที่ถูกเรียกมาเป็นจำเลยร่วม และได้ทราบก่อนวันสืบพยานถึง 3 เดือน คำร้องขอยื่นบัญชีพยานของจำเลยร่วมก็ไม่อ้างเหตุสมควรว่าตนไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างมีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 88 วรรคสาม จึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยร่วมระบุพยานตามขอได้ ทั้งปรากฏว่าคดีนี้โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อนสืบพยานโจทก์เสร็จไปแล้ว 24 วัน โจทก์ย่อมไม่ทราบถึงพยานหลักฐานของจำเลยร่วมว่ามีอย่างไรก่อนที่จะสืบพยานของตน เป็นการเสียเปรียบในทางคดี ฎีกาจำเลยและจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น" ส่วนฎีกาของโจทก์เกี่ยวกับทรัพย์อันดับ 4 ตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2517 นางฉลวย บุญล้น โจทก์ นายวิชัย บุญล้น จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นายสมบุญ จานศิลา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางฉลวย บุญล้น · จำเลย - นายวิชัย บุญล้น · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - นายสมบุญ จานศิลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · ดวง ดีวาจิน · สุข หงสไกร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 7812/2547ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2905/2552ฎีกา 3221/2534ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 4052/2567ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 6541/2544ฎีกา 269/2520ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2311-2314/2532ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5647/2537ฎีกา 6880/2538ฎีกา 2295/2543ฎีกา 806/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา