คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 679/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอโอนคดีไปยังศาลอื่นในระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณา
ย่อคำพิพากษา
คดีที่ศาลสั่งรับคำฟ้องแล้ว เป็นคดีที่อยู่ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 ก่อนยื่นคำให้การจำเลยยื่นคำร้องขอโอนคดีไปยังศาลอื่น ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 คำร้องขอโอนคดีไปศาลอื่นนั้น เป็นวิธีการเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลที่จะพิจารณาคดี มิใช่เกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์อย่างใดของคู่ความในระหว่างการพิจารณา ดังเช่นที่บัญญัติไว้ในมาตรา 264 กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 228(2) คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องขอโอนคดีของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226(1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งครั้งที่ ๓/๒๕๑๕ ไม่มีผลใช้บังคับ ขอให้สั่งเพิกถอนมติทั้งหมดและให้เพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตประกอบการขนส่งที่นายทะเบียนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ออกให้แก่บริษัทนครขนส่งจำกัด
ก่อนยื่นคำให้การ จำเลยทั้ง ๑๗ คน ได้ยื่นคำร้องขอโอนคดีไปยังศาลแพ่ง ซึ่งจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๖ มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจโดยอ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีอิทธิพลสูง หากจำเลยนำพยานบุคคลซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าสืบ อาจถูกคุกคามจากฝ่ายโจทก์ หรือไม่กล้ามาเบิกความการพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยจะไม่ได้รับความยุติธรรม
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นกระทรวงในรัฐบาล จำเลยนอกนั้นเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ โจทก์เป็นเพียงบริษัทเอกชน คำร้องของจำเลยไม่มีเหตุเพียงพอ สั่งยกคำร้อง
จำเลยทั้ง ๑๗ คนอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ พิพากษายกอุทธรณ์
จำเลยทั้ง ๑๗ คนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลได้สั่งรับคำฟ้องแล้ว เป็นคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๓ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องขอโอนคดีของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีตามมาตรา ๒๒๖ และคำร้องขอโอนคดีไปศาลอื่นนั้น เป็นวิธีการเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลที่จะพิจารณาคดี มิใช่เกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์อย่างใดของคู่ความในระหว่างการพิจารณา ดังเช่นที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖๔ กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา ๒๒๘(๒) คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องขอโอนคดีของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม มาตรา ๒๒๖(๑) ข้อที่จำเลยอ้างว่าหากจำเลยอุทธรณ์ได้เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้ว เหตุการณ์ต่าง ๆที่จำเลยจะไม่ได้รับความยุติธรรมก็ล่วงเลยไปแล้ว นั้นเห็นว่า บทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๒๖ มุ่งหมายที่จะให้การดำเนินคดีเป็นไปโดยรวดเร็วหากกรณีมีเหตุสมควรที่ศาลสูงจะแก้ไขภายหลัง ก็ย่อมกระทำได้ไม่เป็นเหตุให้เสียความยุติธรรมไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยนั้น ชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 679/2517
บริษัทนครบริการขนส่ง จำกัด ที่ 1 บริษัทยานยนต์นครศรีธรรมราช จำกัด
โดยนายกิ้มสุย แซ่ตี๋ ผู้รับมอบอำนาจ ที่ 2 โจทก์
กระทรวงคมนาคม กับพวกรวม 17 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | จำกัด - บริษัทนครบริการขนส่ง จำกัด ที่ 1 บริษัทยานยนต์นครศรีธรรมราช · โจทก์ - โดยนายกิ้มสุย แซ่ตี๋ ผู้รับมอบอำนาจ ที่ 2 · จำเลย - กระทรวงคมนาคม กับพวกรวม 17 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิริ อติโพธิ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา