⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 879/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงประเภทการชลประทานส่วนบุคคลเป็นการชลประทานส่วนราษฎรจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ พ.ศ. 2482 หากไม่ปฏิบัติตาม ผู้มีสิทธิในเหมืองฝายส่วนบุคคลย่อมเป็นผู้เสียหายเมื่อมีการกระทำอันเป็นการรบกวนสิทธิของตน.

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ พ.ศ. 2482 มาตรา 11 ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนดเขตการชลประทานส่วนราษฎรได้ แต่อำนาจสั่งเปลี่ยนประเภทการชลประทานส่วนบุคคลเป็นการชลประทานส่วนราษฎรจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง โจทก์ได้รับโอนสิทธิในเหมืองฝาย ซึ่งเป็นการชลประทานส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี จากมารดา แม้ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 กำหนดเขตการชลประทานส่วนราษฎร มีตำบลของเหมืองฝายของโจทก์รวมอยู่ด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าได้มีการสั่งเปลี่ยนแปลงประเภทการชลประทานส่วนบุคคลของโจทก์เป็นการชลประทานส่วนราษฎรเมื่อจำเลยถมเหมืองแล้วปลูกข้าวบนดินที่ถม โจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และ 362

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 พระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ พ.ศ.2482 ม.9 พระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ พ.ศ.2482 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเหมืองฝายส่วนบุคคลห้วยอังคารอยู่ที่ตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยเป็นเจ้าของนาซึ่งอยู่สองข้างทางเหมืองฝายของโจทก์ ได้บุกรุกและปิดกั้นทำลายเหมืองฝายของโจทก์ โดยถมดินในเหมืองฝาย แล้วทำนาปลูกข้าว ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๖๒ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำผิด เหมืองฝายที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นส่วนรวมของประชาชนช่วยกันสร้าง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้องให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ จำคุก ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในชั้นอุทธรณ์ว่า โจทก์ได้รับโอนสิทธิเหมืองฝายห้วยอังคาร ตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นการชลประทานส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปีจากนางกัณหามารดาโจทก์ ตามหนังสือโอนสิทธิเหมืองฝายหมาย จ.๑ ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ พ.ศ. ๒๔๘๒ กำหนดเขตการชลประทานส่วนราษฎร ซึ่งมีตำบลบ้านโคกนี้รวมอยู่ด้วย จำเลยได้เอาดินถมลำเหมืองห้วยอังคารของโจทก์แล้วปลูกข้าวบนดินที่ถมนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๑ ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนดเขตการชลประทานส่วนราษฎรได้ แต่อำนาจสั่งเปลี่ยนประเภทของการชลประทานส่วนบุคคลดังเช่นของโจทก์ เป็นการชลประทานส่วนราษฎรจะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๙ วรรค ๒ แต่คดีนี้ไม่ปรากฏว่าได้มีการสั่งเปลี่ยนแปลงประเภทการชลประทานส่วนบุคคลของโจทก์เป็นการชลประทานส่วนราษฎรแล้ว โจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย มีอำนาจฟ้องจำเลย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2517 นายสุด แซมสีม่วง โจทก์ นายสังเวียน สกุลวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุด แซมสีม่วง · จำเลย - นายสังเวียน สกุลวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายอำพัน สุวรรณรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 705/2507ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 8080/2538ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1974/2497ฎีกา 3081/2524ฎีกา 185/2566ฎีกา 730/2486ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 2718/2538ฎีกา 3423/2548ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1552/2568ฎีกา 4195/2558ฎีกา 1828/2523ฎีกา 6344/2531ฎีกา 3119/2558ฎีกา 4751/2568ฎีกา 435/2535ฎีกา 125/2485ฎีกา 2269/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา