⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1325/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1325/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในปัญหาข้อกฎหมายที่อ้างเป็นเหตุยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี หรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยมานั้นไปเลยก็ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยยักยอกเงินของโจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าโจทก์มิใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในปัญหาข้อกฎหมายที่อ้างเป็นเหตุยกฟ้องนั้น ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี แต่ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นสมควร ก็มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยมานั้นไปเลยทีเดียวก็ได้ ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นที่อุทธรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.167 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นทนายความและเป็นผู้มีอาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ยักยอกเงินของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 354 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์เป็นผู้เสียหาย แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยยักยอก คดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อ 1(1) ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคำฟ้องและนอกประเด็นที่โจทก์อุทธรณ์หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์ได้ซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน ข.ก.0744 จากนายน้ำ วุฒิสินธิ์ และนำรถยนต์ดังกล่าวไปประกันภัยไว้กับ บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัยจำกัด แต่โดยเหตุที่ยังไม่ได้โอนทะเบียนรถยนต์จึงได้ลงชื่อนายน้ำ วุฒิสินธิ์ เจ้าของเดิมที่ปรากฏในทะเบียนรถยนต์เป็นผู้เอาประกันภัย โดยโจทก์เป็นตัวแทน และโจทก์เป็นผู้เสียเบี้ยประกันภัย โจทก์นำรถยนต์ดังกล่าวไปรับจ้างหาผลประโยชน์และถูกรถไฟชนได้รับความเสียหาย โจทก์ขอให้บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย มอบให้จำเลยผู้มีอาชีพเป็นทนายความทวงถามค่าสินไหมทดแทนรายนี้ จำเลยได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนมาจากการรถไฟแล้ว และปรากฏตามเอกสารที่โจทก์อ้างจากบริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด แผ่นที่ 46 และ 47 ว่าจำเลยได้มอบเงินที่ได้รับมาให้บริษัทร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด เพื่อมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นเพียงตัวแทน โจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยหรือบริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้องด้วยข้อกฎหมาย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์เป็นผู้เสียประกัน และเป็นผู้ครอบครองดูแลรถ นำรถไปหาผลประโยชน์ ย่อมมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนเมื่อมีผู้ยักยอกเงินค่าสินไหมทดแทนไป โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้อง เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในปัญหาข้อกฎหมายที่อ้างเป็นเหตุยกฟ้องโจทก์เช่นนี้ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีแต่ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นสมควรก็มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยมานั้นไปเลยทีเดียวก็ได้ จะถือว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนอกคำฟ้องนอกประเด็นที่อุทธรณ์หาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงว่ายังฟังไม่ได้ว่าจำเลยยักยอกเอาค่าสินไหมทดแทนของโจทก์ คดีโจทก์ไม่มีมูล จึงเป็นการชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1325/2518 นางเจียมใจ นิลเกษม โจทก์ นายเรืองศักดิ์ เชาวรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเจียมใจ นิลเกษม · จำเลย - นายเรืองศักดิ์ เชาวรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2520/2544ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา