⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1429-1430/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429-1430/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้กำหนดเวลาไถ่ ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่คืนภายใน 10 ปี และการแจ้งความประสงค์ขอไถ่โดยส่งหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์ถึงผู้ซื้อฝาก ถือว่าผู้ซื้อฝากได้รับทราบและเป็นการใช้สิทธิไถ่คืนโดยชอบแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขายฝากห้องพิพาทโดยไม่มีกำหนดเวลาไถ่ โจทก์จึงมีสิทธิขอไถ่ได้ภายในกำหนด 10 ปี และที่โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ซื้อฝากไปที่ว่าการอำเภอตามวันเวลาที่กำหนดเพื่อไถ่ถอนการขายฝาก ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน จำเลยได้รับแล้ว แม้จะคืนหนังสือนั้นไปก็ฟังว่าจำเลยได้ทราบการขอไถ่ และถือว่าโจทก์ใช้สิทธิไถ่คืนโดยชอบแล้ว การที่จำเลยผู้ซื้อฝากให้โจทก์ผู้ขายฝากเช่าห้องพิพาท และต่อมาไม่ยอมให้โจทก์ไถ่คืน โจทก์ย่อมไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายที่ไม่ยอมออกจากห้องพิพาทที่เช่านั้นนับแต่วันที่โจทก์ใช้สิทธิไถ่คืนโดยชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.130 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.494 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.561

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิพากษา สำนวนแรก โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ขายฝากห้องแถวไม้ไว้กับจำเลยโดยไม่มีกำหนดเวลาไถ่ โจทก์ติดต่อขอไถ่กับจำเลยหลายครั้ง จำเลยบิดพลิ้ว จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้รับการไถ่ถอนการขายฝากจากโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า การขายฝากรายนี้มีกำหนดเวลาไถ่ ๓ ปี ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่มีเงินไถ่ และได้ขายห้องพิพาทให้จำเลยแล้ว ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลัง โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องแถวตามฟ้องสำนวนแรกจากโจทก์มีกำหนดเวลา ๓ ปี ค่าเช่าเดือนละ ๘๐๐ บาท จำเลยไม่เคยชำระค่าเช่าเลย ขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า และชำระค่าเช่าที่ค้างเป็นเงิน ๒๗,๒๐๐ บาท กับค่าเสียหายคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๐๖ บาท และค่าเสียหายในอัตราเดือนละ ๘๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปจากห้องพิพาท จำเลยให้การว่า ไม่เคยเช่าห้องพิพาทจากโจทก์ หากมีสัญญาเช่าก็เป็นสัญญาปลอม โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในห้องพิพาท จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเรียกนายพันธุ์ว่าโจทก์ เรียกนางมาลีว่าจำเลย ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาขายฝากห้องพิพาทกันมีกำหนด ๓ ปี โจทก์ใช้สิทธิไถ่คืนเมื่อล่วงเลยเวลาแล้ว จึงหมดสิทธิไถ่คืน จำเลยมีอำนาจให้เช่าห้องพิพาท และโจทก์ได้ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทไว้กับจำเลย โจทก์ค้างค่าเช่าจริง พิพากษายกฟ้องสำนวนแรก ส่วนสำนวนหลังให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากห้องพิพาท กับให้ชำระค่าเช่าและค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ ๘๐๐ บาท ตั้งแต่วันทำสัญญาเช่าจนกว่าจะออกจากห้องพิพาท โจทก์อุทธรณ์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยรับการไถ่คืนการขายฝากจากโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้โจทก์ชำระค่าเช่าห้องพิพาทแก่จำเลยเดือนละ ๘๐๐ บาท ตั้งแต่วันทำสัญญาจนถึงวันที่จำเลยผิดนัดไม่ไปรับการไถ่คืนการขายฝาก จำเลยฎีกาทั้งสองสำนวน ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า การขายฝากรายนี้ไม่มีกำหนดเวลาไถ่ โจทก์มีสิทธิขอไถ่ได้ภายใน ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๔ (๑) ได้ความว่า โจทก์ให้นายพรชัยทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยไปที่ว่าการอำเภอกันทรลักษณ์ในวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๔ เวลา ๑๐ นาฬิกา เพื่อไถ่ถอนการขายฝาก หนังสือนี้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน และจำเลยได้รับแล้ว แม้ต่อมาจำเลยจะคืนหนังสือนั้นไป ก็ต้องฟังว่า จำเลยได้ทราบการขอไถ่ทรัพย์จากโจทก์แล้ว และถือว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิไถ่คืนห้องพิพาทโดยชอบแล้ว โจทก์เช่าห้องพิพาทจากจำเลย และจำเลยได้บอกเลิกสัญญาเช่าต่อโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๑๔ แล้ว ฉะนั้นนับแต่เวลาดังกล่านี้เป็นต้นไป จำเลยจะมีสิทธิฟ้องเรียกได้แต่เฉพาะค่าเสียหายที่โจทก์อยู่ในห้องพิพาทโดยละเมิดเท่านั้น คดีจึงมีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยตามข้อฎีกาของจำเลยเพียงว่า หลังจากวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๔ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ใช้สิทธิไถ่คืนห้องพิพาทโดยชอบแล้วนั้น จำเลยมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว หากจำเลยยอมรับไถ่ ห้องพิพาทก็จะกลับคืนมาเป็นของโจทก์ ๆ ย่อมมีสิทธิจะอยู่ในห้องพิพาทได้ การที่ห้องพิพาทยังไม่เป็นของโจทก์ก็เพราะจำเลยเป็นฝ่ายผิดนัด โจทก์มิได้ทำละเมิดต่อจำเลย จึงไม่ต้องใช้ค่าเสียหายให้จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429 - 1430/2518 นายพันธุ์ ถุงจันทร์ โจทก์ นางมาลี นาทวรทัต ล. นางมาลี นาทวรทัต โจทก์ นายพันธุ์ ถุงจันทร์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพันธุ์ ถุงจันทร์ · ล. - นางมาลี นาทวรทัต · โจทก์ - นางมาลี นาทวรทัต · ล. - นายพันธุ์ ถุงจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · พิชัย รชตะนันทน์ · ชุ่ม สุนทรชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายวิบูลย์ สิริตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายประถม วิเชียรเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา