⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2145/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2145/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัทต้องทำโดยมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเท่านั้น แม้ข้อบังคับของบริษัทจะอนุญาตให้ทำได้โดยมติธรรมดาก็ไม่มีผลบังคับ

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1145 ห้ามมิให้เพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัท เว้นแต่ทำโดยมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ฉะนั้น การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัทโดยมติธรรมดาจึงใช้ไม่ได้ หากมีข้อบังคับของบริษัทอนุญาตให้ทำได้ก็ไม่มีผลบังคับ เพราะต้องห้ามตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1194

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทไทยแหลมทองขนส่ง ๒๕๑๕ จำกัด เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๑๗ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสมัยวิสามัญของบริษัทได้ลงมติว่า ๑. การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัทไม่จำเป็นต้องใช้มติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ๒. ให้เปลี่ยนแปลงข้อบังคับข้อ ๗ จากความเดิมที่ระบุว่า "นอกจากทางมรดกการโอนหุ้นต้องโอนให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวนมากหุ้นในบริษัทก่อน ถ้าผู้ถือหุ้นจำนวนมากดังกล่าวไม่ยอมรับซื้อ จึงโอนให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวนน้อยในบริษัทนี้ ถ้าไม่ยอมรับโอน จึงยอมให้โอนให้แก่บุคคลภายนอกได้" เป็นว่า "การโอนหุ้นนั้น หากผู้ถือหุ้นมีความประสงค์จะโอนหุ้นให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ย่อมมีสิทธิที่จะโอนได้" ซึ่งมติดังกล่าวมิได้มีการลงมติพิเศษ เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา ๑๑๔๕ จึงเป็นโมฆะ ขอให้ศาลสั่งเพิกถอน ผู้คัดค้านทั้งสี่ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท และโดยเฉพาะนายชาญ จริงจิตร กับนายยุตติ บวรรัตนารักษ์ ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นกรรมการบริษัทต่างยื่นคำคัดค้านใจความอย่างเดียวกันว่า มติของที่ประชุมใหญ่เป็นมติที่ชอบ เพราะได้กระทำไปตามข้อบังคับในหนังสือบริคณห์สนธิข้อ ๔ ที่ว่า "การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความในหนังสือ จะกระทำได้ต่อเมื่อที่ประชุมใหญ่เห็นชอบด้วย" ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่จำต้องสืบพยานและวินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับข้อ ๔ กำหนดวิธีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัทไว้แตกต่างกับ มาตรา ๑๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมิใช่เป็นบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงมีผลใช้บังได้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับชองบริษัทโดยมติที่ประชุมใหญ่ไม่ต้องใช้มติพิเศษ จึงไม่เป็นโมฆะ สั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เพิกถอนมติที่ประชุมชองบริษัทไทยแหลมทองขนส่ง ๒๕๑๕ จำกัด เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๑๗ เสีย ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่หรือเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ หรือข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิแต่อย่างใดภายหลังจดทะเบียนแล้วประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๑๔๕ ห้ามมิให้กระทำ เว้นแต่จะได้มีการลงมติพิเศษข้อบังคับของบริษัทไทยแหลมทองขนส่ง ๒๕๑๔ จำกัด ข้อ ๔ ก็ระบุไว้เพียงว่าการแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ฯลฯ จะกระทำได้ต่อเมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติ เห็นชอบด้วยแต่มติที่ประชุมใหญ่ตามประมวลกฎหมายแห่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๙๔ มีทั้งมติธรรมดา และมติพิเศษ ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการแตกต่างกัน ข้อบังคับข้อ ๔ มิได้กำหนดให้กระทำโดยมติธรรมดา ไม่ต้องกระทำโดยมติพิเศษ แต่แม้จะกำหนดไว้ก็ไม่มีผลใช้บังคับเพราะกฎหมายดังกล่าวห้ามโดยเด็ดขาด พิพากษายืน (ถนอม ครูไพศาล เดช วุฒิสิงห์ชัย แถม ดุลยสุข) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2145/2518 นายสุธรรม คำตัน ผู้ร้อง นายอภิรักษ์ บวรรัตนารักษ์ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายสุธรรม คำตัน · ผู้คัดค้าน - นายอภิรักษ์ บวรรัตนารักษ์ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายสุภัทร พรหมประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1446/2512ฎีกา 2014/2506ฎีกา 2546/2518ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1364/2514ฎีกา 4257/2530ฎีกา 3251/2534ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 1730/2513ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2839/2527ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1507/2566ฎีกา 3842/2526ฎีกา 2501-2504/2521ฎีกา 672/2519ฎีกา 6192/2533ฎีกา 299/2490ฎีกา 1121/2533ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา