⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2596/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2596/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงในการนับระยะเวลาตามวิธีการที่กำหนดไว้ในนิติกรรมย่อมบังคับใช้ได้ ไม่ถือว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความทำกันในศาลเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2516 ความว่า จำเลยยอมชำระหนี้ให้โจทก์ภายใน 15 เดือนนับแต่วันทำสัญญา โดยให้นับ 30 วันเป็นหนึ่งเดือน ถ้าผิดนัด จำเลยยอมให้ทรัพย์จำนองหลุดและถือว่าหมดหนี้ต่อกัน ดังนี้ เมื่อจำเลยนำเงินมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ในวันที่ 21 ตุลาคม 2517 จึงถือว่าจำเลยผิดนัดจำเลยต้องยอมให้ทรัพย์จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจกท์ และถือว่าหมดหนี้ต่อกันตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อตกลงให้นับ 30 วันเป็นหนึ่งเดือนย่อมบังคับกันได้ ไม่ถือว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 ก็บัญญัติให้นับระยะเวลาตามวิธีการที่กำหนดไว้ในนิติกรรมได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.156 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้และเรียกเอาทรัพย์จำนองเพื่อประกันการกู้ยืมเงินหลุด โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อศาลเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๑๖ จำเลยยอมชำระหนี้ให้โจทก์ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ภายใน ๑๕ เดือนนับแต่วันทำสัญญาดังกล่าว โดยหนึ่งเดือนให้นับ ๓๐ วัน ถ้าผิดนัดจำเลยยอมให้ทรัพย์จำนองหลุดและถือว่าหมดหนี้ต่อกัน วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๗ จำเลยนำเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์ไม่ยินยอมและขอให้บังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยผิดนัดสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๑๖ จึงให้ปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าว คืนเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๑ ว่า "จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องให้โจทก์จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ภายในระยะเวลา ๑๕ เดือนนับแต่วันนี้ (หนึ่งเดือนให้นับ ๓๐วัน)" สัญญาประนีประนอมยอมความทำกันในศาลเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๑๖ วันครบกำหนดระยะเวลา ๑๕ เดือนจึงเป็นวันที่ ๑๖ หรือ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๑๗ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จำเลยจำต้องชำระหนี้ให้โจทก์ การที่จำเลยนำเงินมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๗ อันเป็นวันพ้นกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว ได้ชื่อว่าจำเลยผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยต้องยอมให้ทรัพย์จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ และถือว่าหมดหนี้ต่อกันตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อตกลงนี้คู่ความตกลงกันได้ ไม่ถือว่าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน อีกทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖ ก็บัญญัติยกเว้นไว้ให้นับระยะเวลาตามวิธีการที่กำหนดไว้ในนิติกรรมไว้นิติกรรมได้ วิธีการนับระยะเวลาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับจำเลยไม่ได้ พิพากษายืน (เดช วุฒิสิงห์ชัย ถนอม ครูไพศาล แถม ดุลยสุข) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2596/2518 นายขุน แสนโคตร โจทก์ นายสุพล สายเชื้อ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายขุน แสนโคตร · จำเลย - นายสุพล สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหัดนครพนม · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1415/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 548/2522ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 3024/2528ฎีกา 1776/2541ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 4541/2550ฎีกา 2169/2523ฎีกา 2635/2527ฎีกา 1280/2505ฎีกา 836/2537ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 1409/2537ฎีกา 380/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา