คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดอาญาที่ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่าง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทำให้ความผิดสำเร็จบริบูรณ์ หรือการกระทำอันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดนั้น ถือเป็นที่เกิดเหตุแห่งคดีนั้นๆ ศาลในเขตที่เกิดเหตุมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353, 84 โดยบรรยายว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนโจทก์ที่ 1 กระทำผิดหน้าที่โดยสุจริตด้วยการยุยงส่งเสริมของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 นำเช็คของโจทก์ที่ 1 มอบให้จำเลยที่ 2 เพื่อให้จำเลยที่ 2 นำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ต่อมาจำเลยที่ 2 นำเช็คนั้นไปเข้าบัญชีของจำเลยที่ 2 ให้เรียกเก็บเงินจากบัญชีโจทก์ที่ 1 ธนาคารได้ตัดเงินจากบัญชีโจทก์ที่ 1 จ่ายให้ไปทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ได้ความตามฟ้องว่าจำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คที่ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน แล้วจำเลยที่ 2 นำเช็คไปเข้าบัญชีที่ธนาคาร ก. สาขาภาษีเจริญ การนำเช็คไปเข้าบัญชีและรับเงินก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความผิดตามฟ้องสำเร็จบริบูรณ์ ท้องที่ที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คและท้องที่ที่จำเลยที่ 2 นำเช็คไปเข้าบัญชีต่างก็เป็นที่เกิดเหตุคดีนี้ ธนาคาร ก.สาขาภาษีเจริญ อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงธนบุรี ศาลแขวงธนบุรีจึงมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีนี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องต่อศาลแขวงธนบุรีว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งในขณะนั้นได้รับมอบหมายจากโจทก์ให้เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของโจทก์ที่ ๑ ได้กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยเจตนาทุจริต ด้วยการใช้และยุยงส่งเสริมของจำเลยที่ ๒ กล่าวคือ จำเลยที่ ๑ ได้บังอาจนำเช็คของโจทก์ที่ ๑ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท มอบให้จำเลยที่ ๒ เพื่อให้จำเลยที่ ๒ นำเช็คนั้นไปเป็นประโยชน์ส่วนตน และต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของจำเลยที่ ๒ ซึ่งได้เปิดไว้กับธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาภาษีเจริญให้เรียกเก็บเงินจากบัญชีของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งได้เปิดไว้กับธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาเยาวราช ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาเยาวราช จึงได้ตัดเงินจากบัญชีโจทก์ที่ ๑ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตามเช็คจ่ายให้ไปทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลบางหว้า อำเภอภาษีเจริญ ตำบล(แขวง) ลาดยาว อำเภอ (เขต) บางเขน กรุงเทพมหานคร เกี่ยวเนื่องกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓, ๘๔
ศาลชั้นต้นไต่มูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าเหตุเกิดที่ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน นอกเขตอำนาจศาลแขวงธนบุรี พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่าคดีนี้เหตุเกิดที่ท้องที่ใด ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายเช็คของห้างหุ้นส่วนโจทก์ที่ ๑ ให้แก่จำเลยที่ ๒ ที่ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร แล้วจำเลยที่ ๒ นำเช็คนั้นไปเข้าบัญชีที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาภาษีเจริญ
ศาลฎีกาเห็นว่า การนำเช็คไปเข้าบัญชีและรับเงินก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ความผิดตามฟ้องสำเร็จบริบูรณ์ ท้องที่ที่จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายเช็ค และท้องที่ที่จำเลยที่ ๒ นำเช็คไปเข้าบัญชีต่างก็เป็นที่เกิดเหตุคดีนี้ ธนาคารกสิกรไทย จำกัดสาขาภาษีเจริญ อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงธนบุรี ศาลแขวงธนบุรีจึงมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยถึงมูลคดีซึ่งจำเลยต้องหาแล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2518
ห้างหุ้นส่วนจำกัดพหลโยธิน โดยนายสุวัฒน์ วิจิตรกาญจน์ผู้จัดการ ที่1 กับ
พวกรวม 2 คน โจทก์
นางจันทนา วิจิตรกาญจน์ ที่1 กับพวกรวม 2 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | กับ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดพหลโยธิน โดยนายสุวัฒน์ วิจิตรกาญจน์ผู้จัดการ ที่1 · โจทก์ - พวกรวม 2 คน · ล. - นางจันทนา วิจิตรกาญจน์ ที่1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | รื่น วิไลชนม์ · สนับ คัมภีรยส · สมชัย ทรัพยวณิช |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงธนบุรี - นายสุทธิ นิชโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา