⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 677/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2518

ป.อาญา ม.80, 277, 279 · พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ม.47

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลทหารพิพากษายกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยถึงความผิดที่ฟ้องนั้น เนื่องจากเห็นว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลพลเรือน พนักงานอัยการย่อมนำคดีเดียวกันนั้นมาฟ้องต่อศาลพลเรือนได้ ไม่เป็นการฟ้องซ้ำหรือฟ้องซ้อน

ย่อคำพิพากษา

อัยการศาลทหารเคยยื่นคำฟ้องจำเลยต่อศาลทหาร ศาลทหารเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน จึงพิพากษายกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยถึงความผิดที่ฟ้องนั้นแต่ประการใด ดังนี้ พนักงานอัยการย่อมนำคดีเดียวกันนั้นมาฟ้องจำเลยต่อศาลพลเรือนในวันเดียวกันนั้นอีกได้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำหรือฟ้องซ้อน และเมื่อปรากฏว่าคดีในชั้นเดิมพนักงานสอบสวนเข้าใจผิดว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร แต่ผู้ทำการสอบสวนนั้นก็คือนายตำรวจซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งกระทำไปตามอำนาจที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 48 วรรคแรกตอนท้ายนั่นเอง เมื่อพนักงานอัยการฟ้องคดีนี้ใหม่ต่อศาลพลเรือน จึงไม่จำเป็นต้องสอบสวนใหม่ จำเลยพยายามเอาของลับของตนใส่เข้าไปในของลับของเด็กหญิงอายุ 11 ขวบ นานราว 8 อึดใจก็ใส่ไม่เข้า เด็กหญิงนั้นรู้สึกเจ็บที่บริเวณของลับภายนอก และในครั้งต่อมาจำเลยเอาไข่ขาวทาของลับของจำเลยเสียก่อนแล้วจึงพยายามใส่เข้าไปในของลับของเด็กหญิงนั้น นานราว 6 อึดในก็ใส่ไม่เข้า การกระทำของจำเลยแต่ละครั้งเช่นนี้แสดงให้เห็นการกระทำและเจตนาของจำเลยว่าจำเลยได้ลงมือกระทำชำเราแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล มีความผิดตามมาตรา 277 ประกอบด้วย 80

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279 พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ม.47

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้กระทำชำเราเด็กหญิงสมบูรณ์ ไชยหงษ์ อายุ ๑๑ ปีและกระทำชำเราเด็กหญิงทองใบ บุญชู อายุ ๑๑ ปี จนสำเร็จความใคร่รวม ๑๔ ครั้ง โดยเด็กหญิงทั้งสองยินยอมให้จำเลยกระทำชำเรา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ข้อ ๗ จำเลยให้การว่าจำเลยเพียงกระทำอนาจารเท่านั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๗ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ให้จำคุกกระทงละ ๒ ปี ๘ เดือน รวม ๑๔ กระทงเป็นโทษจำคุก ๓๗ ปี ๔ เดือน คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กระทงละ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลย ๒๔ ปี ๑๐ เดือน ๒๐ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยฐานพยายามกระทำชำเรา ๑ กระทง ๒ ปี และฐานกระทำอนาจาร ๑๓ กระทง กระทงละ ๓ เดือน รวม ๓ ปี ๓ เดือน รวมทั้งสิ้นจำคุก ๕ ปี ๓ เดือน จำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลย ๓ ปี ๖ เดือน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรารวม ๑๔ กระทง ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำและฟ้องซ้อน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่มีการสอบสวนคดีใหม่นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีนี้เดิมพนักงานอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ ๓ (พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น) ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลทหารมณฑลทหารบกที่ ๓ (ศาลจังหวัดขอนแก่น) แต่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓ (ศาลจังหวัดขอนแก่น) ได้พิพากษายกฟ้อง เพราะเห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร โจทก์จึงได้ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดขอนแก่นในวันที่ศาลทหารมีคำพิพากษานั้นเอง ดังนี้เมื่อปรากฏว่าศาลทหารมณฑลทหารบกที่ ๓ (ศาลจังหวัดขอนแก่น) ยกฟ้องโตยเหตุที่คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหารที่จะวินิจฉัย ศาลทหารดังกล่าวนั้นมิได้วินิจฉัยถึงความผิดที่โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้แต่ประการใด จึงไม่ใช่เป็นเรื่องฟ้องซ้ำทั้งกรณีมิใช่เป็นเรื่องฟ้องซ้อน เพราะขณะยื่นฟ้อง คดีมีได้ค้างพิจารณาอยู่ในศาลและปรากฏว่า แม้คดีในชั้นเดิมพนักงานสอบสวนจะเข้าใจผิดว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร แต่เมื่อผู้ทำการสอบสวนก็คือนายตำรวจซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากระทำไปตามอำนาจดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๙๘ มาตรา ๔๗ วรรคแรกตอนท้ายเมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องต่อศาลพลเรือน จึงไม่จำต้องสอบสวนใหม่ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยควรต้องโทษฐานพยายามกระทำชำเรารวม ๑๔ กระทง ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องเพราะไม่มีเจตนาจะข่มขืนกระทำชำเรานั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และคำรับของจำเลยต่อศาลแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยพยายามกระทำชำเราผู้เสียหายทั้งสองรวม ๓ ครั้ง ครั้งแรกจำเลยพยายามเอาของลับของจำเลยใส่เข้าไปในของลับของเด็กหญิงสมบูรณ์ ไชยหงษ์ ผู้เสียหาย แต่ไม่สามารถจะเข้าไปได้ อีกสองครั้งต่อมาจำเลยได้เอาไข่เป็ดทุบให้แตกแล้วเอาไข่ขาวทาที่ของลับของจำเลยก่อนกระทำชำเราผู้เสียหายทั้งสองคน แต่ก็ไม่สำเร็จอีก ดังนี้ย่อมเห็นการกระทำและเจตนาของจำเลยได้ชัดเจนว่า จำเลยได้ลงมือกระทำชำเราผู้เสียหายทั้งสองคนแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ รวม ๓ กระทงด้วยกัน ส่วนที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายทั้งสองอีกรวม ๑๑ ครั้งนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเพียงแต่กระทำอนาจารผู้เสียหายทั้งสองเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามกระทำชำเรา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ ตามที่ได้แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๗ ประกอบกับมาตรา ๘๐ รวม ๓ กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษกระทงละ ๒ ปี ๘ เดือน รวม ๘ ปี ตามมาตรา ๙๑ ตามที่แก้โดยประกาศของคณะปฏิวัติ และมีความผิดฐานกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๙ อีกรวม ๑๑ กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษกระทงละ ๓ เดือน รวม ๒ ปี ๙ เดือน รวมเป็นโทษจำคุกทั้งสิ้น ๑๐ ปี ๙ เดือน จำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลย ๗ ปี ๒ เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2518 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายกัณหา เฉลียวฉลาด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · ล. - นายกัณหา เฉลียวฉลาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธานินทร์ กรัยวิเชียร · สอน ไชยสุต · ศิริ อติโพธิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายวุฒิ คราวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญเลิศ เผ่าภิญโญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 1656/2512ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 917/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 6344/2540ฎีกา 1141/2506ฎีกา 1166/2491ฎีกา 3588/2564ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1813/2531ฎีกา 5790/2541ฎีกา 16561/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา