⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 826-830/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 826-830/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เพียงเล็กน้อย โดยคงโทษจำคุกไว้ตามเดิม แต่เปลี่ยนฐานความผิดตามกฎหมายคนละมาตรา ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,83 ให้ลงโทษจำคุก 3 สำนวน สำนวนละ 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4 คงให้ลงโทษจำคุกสำนวนละ 5 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.148 ประมวลกฎหมายอาญา ม.149

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้ง 5 สำนวนนี้พิจารณาพิพากษารวมกัน ทั้ง 5 สำนวนโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้ร่วมกันปฏิบัติและละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยทุจริต และได้ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจให้บุคคลอื่นมอบให้ซึ่งทรัพย์สินแก่จำเลยทั้งสองโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 149, 157, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญาพ.ศ. 2502 มาตรา 4, 5, 13 จำเลยทั้งสองทั้ง 5 สำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149, 83 ประกอบกับมาตรา 91 ให้ลงโทษกระทงละ 5 ปี รวม 5 สำนวนเป็นจำคุกคนละ 25 ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สำนวนที่ 2 ที่ 3 พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันในสารสำคัญแห่งคดี ทำให้ขาดน้ำหนักอันควรเชื่ออันเป็นเหตุแห่งความสงสัยส่วนสำนวนที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 จำเลยกระทำการเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนที่ 2 ที่ 3 ส่วนสำนวนที่ 1 ที่ 4ที่ 5 จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 4คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 3 สำนวนไว้สำนวนละ 5 ปีทั้งสองคน รวมเป็นโทษจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 15 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ในสำนวนที่ 2 ที่ 3 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองในสำนวนที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ฎีกาข้อเท็จจริงขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า คดีในสำนวนที่ 1, 4, 5 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 83 ให้ลงโทษจำคุกสำนวนละ 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4 คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 3 สำนวนไว้สำนวนละ 5 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามฎีกาของโจทก์ในสำนวนที่ 2 ที่ 3 แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 826 - 830/2518 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ พลตำรวจสมัครวิรัติ เจริญศิริ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · จำเลย - พลตำรวจสมัครวิรัติ เจริญศิริ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · สุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5182/2559ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 5973/2537ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 51/2502ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา