⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1043/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยเฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยในข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอื่นที่อยู่ในสำนวนเพื่อมีคำพิพากษาในทางที่เป็นประโยชน์แก่จำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ตามมาตรา 277 และสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยเฉพาะข้อที่ขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยเพียงสถานเบาเพียงข้อเดียว ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะพิจารณาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายเพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย เมื่อข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายปรากฏอยู่ในสำนวนแล้ว ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยในทางที่เป็นประโยชน์แก่จำเลยโดยพิพากษาแก้ ลงโทษฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 279 วรรคแรกได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.7 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.9 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจกระทำชำเราเด็กหญิงประไพหรือรัศมี คำโสภา อายุ ๗ ปีเศษ โดยเด็กหญิงประไพหรือรัศมีไม่ยินยอม จนจำเลยสำเร็จความใคร่ ๑ ครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยอายุ ๑๘ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ จำคุกจำเลย ๖ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารเท่านั้น ไม่มีเจตนากระทำชำเรา พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยซึ่งมีอายุ ๑๘ ปี มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๗๖ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๙ ลดมาตราส่วนโทษให้ ๑ ใน ๓ จำคุก ๖ เดือน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า แม้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย เนื่องจากอุทธรณ์ของจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ จำเลยไม่อุทธรณ์คำสั่ง จึงไม่มีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะต้องพิจารณาในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะต้องใช้ดุลพินิจว่าสมควรลงโทษจำเลยในสถานที่เบากว่าศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำเลยหรือไม่เท่านั้น ไม่ชอบที่จะยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นมาพิจารณาใหม่ ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ปรากฏตามสำนวนว่า เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นอ้างอิงในการอุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นและกล่าวไว้โดยไม่ชัดแจ้ง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ ได้เรียกทนายจำเลยมาสอบถามแล้ว ยืนยันไม่ขอแก้ไข ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย นอกจากข้อขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยเพียงสถานเบาเพียงข้อเดียวให้รับไว้เป็นอุทธรณ์จำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยเฉพาะข้อที่ของให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยเพียงสถานเบาเพียงข้อเดียว ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะพิจารณาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายเพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย เมื่อข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายปรากฏอยู่ในสำนวนแล้วศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยในทางที่เป็นประโยชน์แก่จำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2519 พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายโทนหรือแถว โพธิจินดา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย · ล. - นายโทนหรือแถว โพธิจินดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · แผ้ว ศิวะบวร · พยนต์ ยาวะประภาษ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายวิชัย ชื่นชมพูนุท · ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา มงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา