⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1248/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ต้องยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างว่าไม่ชอบด้วยคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัดแจ้ง และข้อเท็จจริงที่อ้างต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยเพราะเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ดังนี้ การที่จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์เป็นการไม่ถูกต้องไม่สามารถจะทำได้ เพราะศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดีให้เป็นไปตามลำดับชั้นของศาล อุทธรณ์ของจำเลยมิได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงไว้ให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ชอบอย่างไร และจำเลยควรจะชนะคดีได้เพราะเหตุใด ทั้งข้อเท็จจริงที่กล่าวงอ้างไว้ในอุทธรณ์ก็ไม่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น จึงไม่เป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่รับวินิจฉัยให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสองและบุคคลอื่นตกลงเล่นแชร์กันรวม ๑๘ หุ้น หุ้นละ ๓,๐๐๐ บาท โจทก์กับจำเลยทั้งสองร่วมกันเล่นฝ่ายละครึ่งหุ้น คือออกค่าหุ้นฝ่ายละ ๑,๕๐๐ บาท สำหรับจำเลยที่ ๑ ถือหุ้นแทนจำเลยที่ ๒ ด้วย และจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ประมูลแชร์ได้ในงวดที่ ๒ โจทก์มอบเงินให้จำเลยไป ๒๔,๑๓๐ บาท แต่จำเลยไม่เคยส่งเงินค่าหุ้นเดือนละ ๑,๕๐๐ บาทเลย ซึ่งโจทก์ต้องออกแทนไป ๑๒,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๘งวด ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมทั้งค่าหุ้นเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท จนครบจำนวนหุ้น จำเลยทั้งสองไม่เคยตกลงเล่นแชร์กันโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระค่าหุ้นแชร์ให้โจทก์ ๑๖ เดือน เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ เพราะเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ขอให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้วินิจฉัยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี หรือมิฉะนั้นให้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยขอให้พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น เป็นการไม่ถูกต้องไม่สามารถจะทำได้ เพราะศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดีให้เป็นไปตามลำดับชั้นของศาล จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้ยกฟ้อง คงมีปัญหาที่ว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เมื่อตรวจพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยแล้วพอสรุปได้ว่า โจทก์กับนายวิสูตร เป็นหัวหน้าแชร์ โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เหตุที่เกิดคดีนี้สืบเนื่องจากนายวิสูตรกลัวโจทก์ทราบเรื่องว่านายวิสูตรเป็นชีกับนางประไพ จึงยุยงให้โจทก์ฟ้องจำเลยแก้เกี้ยว เห็นว่าข้ออุทธรณ์ดังกล่าวจำเลยมิได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงไว้ให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ชอบอย่างไร และจำเลยควรจะชนะคดีได้เพราะเหตุใด ทั้งข้อเท็จจริงที่จำเลยกล่าวอ้างไว้ในอุทธรณ์ก็ไม่เป็นข้อที่ยกขึ้นกันมาแล้วในศาลชั้นต้น จึงไม่เป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๕ วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้โดยพิพากษายกอุทธรณ์จำเลยที่ ๑ นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2519 นางบุญลาภ ศรีรุ่งเรือง โจทก์ นางละออง ทินเสถียร กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญลาภ ศรีรุ่งเรือง · ล. - นางละออง ทินเสถียร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายไมตรี โมรารตนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 7919/2553ฎีกา 2076/2542ฎีกา 367/2568ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2328/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา