⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1401/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1401/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน เมื่อความผิดของจำเลยยังไม่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้อง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงไม่ระงับ - พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนคดีที่เกิดในท้องที่อื่นได้ หากการกระทำความผิดนั้นต่อเนื่องกันและเกิดขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ กัน - ศาลจะริบของกลางได้ต่อเมื่อของกลางนั้นเป็นของที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิด และโจทก์ได้ขอให้ริบ

ย่อคำพิพากษา

ตำรวจจับจำเลยที่ 4 กับค้นพบแท่นพิมพ์ ภาพพิมพ์ธนบัตรรัฐบาลพม่าและไพ่ป๊อกปลอมในขณะเดียวกัน สถานที่เดียวกันซึ่งจำเลยฟ้องข้อหาปลอมไพ่คดีถึงที่สุดแล้ว แต่การกระทำความผิดทำปลอมเงินตรา มีเครื่องมือปลอมเงินตราและมีธนบัตรปลอมคดีนี้ กับการกระทำความผิดฐานปลอมไพ่ เป็นการกระทำความผิดหลายกรมต่างกัน เมื่อความผิดของจำเลยที่ 4 คดีนี้ยังไม่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้อง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงไม่ระงับ จำเลยที่ 4 มีที่อยู่และถูกจับในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ และความผิดฐานทำบัตรรัฐบาลพม่าปลอมก็เกิดในเขตดังกล่าว แต่จำเลยที่ 4 ต้องหาว่าร่วมกันจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานทำปลอมเงินตรา มีเครื่องมือปลอมเงินตรา และมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อนำออกใช้ กระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน และกระทำต่อเนื่องกัน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ท้องที่ที่จับจำเลยที่ 1 ฐานมีธนบัตรปลอม มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ได้ แท่นพิมพ์ของกลางมิใช่เป็นของที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิด ทั้งโจทก์มิได้ขอให้ริบ กลับขอให้คืนเจ้าของ ศาลจึงพิพากษาให้ริบไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.19 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันทำปลอมเงินตรา มีเครื่องมือปลอมเงินตราและมีธนบัตรพม่าปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๐,๒๔๖,๒๔๗,๒๔๘,๙๑,๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ริบของกลางเว้นแต่แท่นพิมพ์และหนังสือคู่มือการใช้แท่นพิมพ์ของกลางคืนเจ้าของ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๔๔ ประกอบมาตรา ๒๔๗ ลงโทษจำคุก ๔ ปี จำเลยที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๐,๒๔๖,๒๔๔ ประกอบมาตรา ๒๔๗ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๔๐(ประกอบมาตรา ๒๔๗) เพียงกระทงเดียวตามมาตรา ๒๘๘ จำคุก ๖ ปี ของกลางทั้งหมดเป็นของใช้ในการกระทำความผิดให้ริบเสียทั้งสิ้น ส่วนจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ว่าให้คืนหนังสือคู่มือการใช้เครื่องแท่นพิมพ์ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายแล้ว เชื่อว่าจำเลยที่ ๔ ได้ร่วมกระทำความผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง ที่จำเลยที่ ๔ ฎีกาว่า เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยค้นพบแท่นพิมพ์ แบบพิมพ์และภาพพิมพ์ธนบัตรรัฐบาลพม่าและไพ่ป๊อกปลอมในขณะเดียวกัน สถานที่เดียวกัน ถือได้ว่าจำเลยที่ ๔ กระทำความผิดกรรมเดียวซึ่งจำเลยก็ได้ถูกยังศาลอาญาหาว่าปลอมไพ่ ศาลอาญาพิพากษาจำเลยว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด คดีถึงที่สุดแล้ว สิทธินำคดีอาญาฟ้องคดีนี้ย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำความผิดทำปลอมเงินตรา มีเครื่องมือปลอมเงินตราและมีธนบัตรปลอม กับการกระทำความผิดฐานปลอมไพ่ เป็นการกระทำความผิดหลายกรมต่างกัน หาใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทไม่ ความผิดของจำเลยที่ ๑ ที่โจทก์ฟ้องคดียังไม่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงมิใช่ฟ้องซ้ำ ส่วนฎีกาที่ว่า จำเลยที่ ๔ มีที่อยู่และถูกจับในเขตบางขุนเทียน ความผิดฐานทำบัตรรัฐบาลพม่าปลอมก็เกิดในเขตบางขุนเทียน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนจะต้องเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ แต่ทางการกลับให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อำเภอสามพรานเป็นผู้สอบสวนคดี เห็นว่าได้สอบสวนความผิดฐานมีธนบัตรรัฐบาลพม่าปลอม มิได้ทำโดยพนักงานสอบสวนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยในคดีนี้ถูกหาว่าร่วมกันกระทำความผิดซึ่งมีหลายกรรม คือความผิดฐานปลอมเงินตรา มีเครื่องเมื่อปลอมเงินตรา และมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อนำออกใช้ ซึ่งกระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน และกระทำต่อเนื่องกัน พนักงานสอบสวนในท้องที่ท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องย่อมมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙(๓)(๔) สำหรับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสามพรานเป็นพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่จับจำเลยที่ ๑ ซึ่งต้องหาว่ามีธนบัตรปลอมไว้เพื่อนำออกใช้ และกล่าวหาว่าจำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยอื่นกระทำความผิดฐานปลอมเงินตราด้วย พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสามพรานจึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบแท่นพิมพ์ของกลางด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะแท่นพิมพ์ของกลางมิใช่เป็นของที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิด ทั้งตามฟ้องโจทก์มิได้ขอให้ริบของกลางรายนี้ กลับขอให้คืนเจ้าของ พิพากษาแก้ ให้คืนแท่นพิมพ์ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1401/2519 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายเภตรา วงษ์แสง ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · ล. - นายเภตรา วงษ์แสง ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ชุบ วีระเวคิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายลิขิต ไชยฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1656/2512ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1554/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 531/2510ฎีกา 1979/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5103/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1499/2531ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา