คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177-186/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินที่เช่าเสียหายถึงขนาดไม่สามารถใช้เพื่อการอันใดอันหนึ่งตามที่ตกลงกันไว้ได้ สัญญาเช่าเป็นอันระงับสิ้นสุดลงตามข้อสัญญา แม้ผู้เช่าจะทำการซ่อมแซมทรัพย์สินนั้นให้กลับมาใช้ได้อีก ก็ไม่ทำให้สัญญาเช่ากลับมีผลบังคับต่อไป
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้ง 10 สำนวนทำสัญญาเช่าห้องพิพาทจากโจทก์คนละห้อง มีข้อสัญญาว่าถ้าห้องเช่าเกิดอัคคีภัย สัญญาเช่าเป็นอันระงับสิ้นสุดลง เมื่อปรากฏว่าห้องเช่าถูกไฟไหม้ โดยหลังคาและเพดานห้องเช่าทั้ง 10 ห้องถูกไฟไหม้หมด เว้นแต่เพดานห้องที่ ป. จำเลยเช่าถูกไฟไหม้ไปครึ่งห้อง ฝาห้องเช่าชั้นบนแต่ละห้องถูกไฟไหม้เสียหายเป็นส่วนมาก ส่วนชั้นล่างไฟไหม้ห้องครัว ฝา และบันไดหมดบางห้อง และบางห้องไฟไหม้เกรียงจนจำเลยแต่ละคนต้องใช้สังกะสีมุงหลังคาและซ่อมแซมห้องเช่าเพื่อป้องกันฝนตกลงมาเปียก จึงใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อไปได้ ดังนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ห้องเช่าดังกล่าวถึงขนาดที่เรียกว่าห้องเช่าเกิดอัคคีภัยแล้วตามสัญญา ฉะนั้น สัญญาเช่าจึงเป็นอันระงับไปตามข้อสัญญา และเมื่อสัญญาระงับไปแล้วแม้จำเลยแต่ละคนจะซ่อมแซมห้องเช่าใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อมาอีก ก็หาทำให้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยแต่ละคนกลับมีผลบังคับต่อไปไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทั้ง ๑๐ สำนวนฟ้องมีใจความทำนองเดียวกันว่าจำเลยทั้งสิบต่างทำสัญญาเช่าห้องโจทก์คนละ ๑ ห้อง มีกำหนด ๓ ปี และมีเงื่อนไขในสัญญาว่าหากห้องเช่าเหล่านี้เกิดอัคคีภัยขึ้นสัญญาเช่าเป็นอันระงับกันทันที ต่อมาเมื่อยังไม่ครบกำหนดเวลาเช่าได้เกิดอัคคีภัยขึ้นที่ห้องทั้ง ๑๐ ห้องดังกล่าว สัญญาเช่าจึงเป็นอันระงับไปตามข้อสัญญา โจทก์แจ้งให้จำเลยออกไป แต่จำเลยต่างเพิกเฉยและได้ซ่อมแซมห้องเช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากห้องซึ่งจำเลยแต่ละคนเช่า และให้จำเลยแต่ละคนใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ ๘๐ บาท จนกว่าจะออกไป
จำเลยทั้ง ๑๐ สำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า อัคคีภัยตามสัญญาเช่านั้น คู่สัญญามีเจตนาหมายถึงอัคคีภัยที่เกิดขึ้นกับห้องเช่าจนเป็นเหตุให้สูญสลาย หรือชำรุดใช้ประโยชน์ในห้องเช่าไม่ได้ แต่อัคคีภัยที่เกิดขึ้นตามฟ้องทำให้ห้องเช่าแต่ละห้องได้รับความเสียหายเล็กน้อย ผู้เช่าแต่ละคนยังคงใช้ห้องเช่านั้นโดยปกติสุข ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสิบคนและบริวารออกไปจากห้องพิพาท ให้จำเลยแต่ละคนใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๘๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากห้องพิพาท
จำเลยทั้งสิบสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสิบสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าหลังคาและเพดานห้องเช่าทั้งสิบห้องถูกไฟไหม้หมด เว้นแต่เพดานห้องเลขที่ ๒๔๔ ที่นายเปงกี แซ่ตั้ง จำเลยเช่าถูกไฟไหม้ไปครึ่งห้อง นอกจากนี้ไฟได้ไหม้ฝาห้องเช่าชั้นบนแต่ละห้องเสียหายเป็นส่วนมาก ส่วนชั้นล่างไฟได้ไหม้ห้องครัว ฝา และบันไดหมดบางห้อง และบางห้องไฟไหม้เกรียงจนจำเลยแต่ละคนต้องใช้สังกะสีมุงหลังคาและซ่อมแซมห้องเช่าเพื่อป้องกันฝนตกลงมาเปียก จึงใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อไปได้ เช่นนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ห้องเช่าดังกล่าวถึงขนาดที่เรียกว่าห้องเช่าเกิดอัคคีภัยแล้วตามสัญญา มิใช่อัคคีภัยที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยอันจะถือว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของห้องเช่าดังที่จำเลยอ้าง ฉะนั้น สัญญาเช่าจึงเป็นอันระงับไปตามสัญญาข้อ ๖ เมื่อสัญญาเช่าระงับไปแล้ว แม้จำเลยแต่ละคนจะซ่อมแซมห้องเช่าใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อมาอีก ก็หาทำให้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยแต่ละคนกลับมีผลบังคับต่อไปไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177 - 186/2519
นายกเสียร สุพรรณานนท์ โดยนายชาญเดช โลกะธรรมะ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นางกุ่ยเฮง แซ่แต้ กับพวกรวม 10 สำนวน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกเสียร สุพรรณานนท์ โดยนายชาญเดช โลกะธรรมะ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นางกุ่ยเฮง แซ่แต้ กับพวกรวม 10 สำนวน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม · มงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิเชียร พูนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา กุลทนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา