⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1849/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1849/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องทุกข์ตามกฎหมายต้องมีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ การแจ้งความเพียงเพื่อเป็นหลักฐานและขอรับสิ่งของคืนไปดำเนินการเอง ไม่ถือเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำร้องทุกข์ตามกฎหมายจะต้องเป็นการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ คำแจ้งความของผู้เสียหายที่แจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า "จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐานและขอรับเช็คคืนไปดำเนินการเอง" นั้น เป็นเพียงแจ้งความไว้เพื่อให้เป็นหลักฐานเท่านั้น มิได้มีเจตนาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลย ไม่ถือเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันออกเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด สาขาบางลำภู ๒ ฉบับ สั่งจ่ายเงินรวม ๒๕,๐๐๐ บาท ให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ โจทก์นำเช็คทั้งสองฉบับเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาลาดพร้าวเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คในวันที่ ๓ และ ๔ มิถุนายน ๒๕๑๔ ตามลำดับ แต่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาฯ ปฏิเสธการจ่ายเงิน ทั้งนี้ โดยจำเลยร่วมกันออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค หรือออกเช็คในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีจะถึงใช้เงินได้ และออกเข็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงใช้เงินได้ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๔ โจทก์ไดร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน ณ สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจาการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า คำแจ้งความตามรายงานประจำวันลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๔ ไม่ใช่คำร้องทุกข์ โจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน ๓ เดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่า การแจ้งความของโจทก์ต่อพนักงานสอบสวนเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมายหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๗) วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ร้องทุกข์" ไว้ว่า "หมายความถึงการที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ" แต่ปรากฏจาคำแจ้งความตามเอกสารหมาย จ.๖ ไม่มีข้อความตอนใดที่มีความหมายว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายมีเจตนาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลย กลับมีข้อความเพียงว่า"จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐานและขอรับเช็คคืนไปดำเนินการเอง" การที่โจทก์แจ้งความไว้เพียงเพื่อให้เป็นหลักฐานเท่านั้น มิได้มีเจตนาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลย เช่นนี้ ถือมิได้ว่าเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1849/2519 นายรัตน์ วิรุฬหกุล โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เฉลิมวิทย์ก่อสร้าง ที่ 1 นายเฉลิม จันทรวงศ์ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายรัตน์ วิรุฬหกุล · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เฉลิมวิทย์ก่อสร้าง ที่ 1 นายเฉลิม จันทรวงศ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิสัณห์ ลีตเวทย์ · บัญญัติ สุชีวะ · บัญญัติ สุชีวะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพูน จักรเสน · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 666/2502ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 389/2542ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา