⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 187/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์เพื่อชำระหนี้เงินกู้ จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเท่านั้น หากไม่จดทะเบียน การโอนนั้นไม่บริบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

บันทึกการหักหนี้และโอนกรรมสิทธิ์ห้องแถวพิพาทตีใช้หนี้เงินกู้เป็นสัญญาชำระะหนี้โดยการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ เข้าลักษณะนิติกรรมที่จะต้องอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 เมื่อมิได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ การโอนจึงถือว่าไม่บริบูรณ์ กรรมสิทธิ์ในห้องแถวพิพาทยังเป็นของจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงนำยึดห้องแถวพิพาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.283 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้ง ๑๐ สำนวนฟ้องมีใจความทำนองเดียวกันว่าจำเลยทั้งสิบต่างทำสัญญาเช่าห้องโจทก์คนละ ๑ ห้อง มีกำหนด ๓ ปี และมีเงื่อนไขในสัญญาว่าหากห้องเช่าเหล่านี้เกิดอัคคีภัยขึ้นสัญญาเช่าเป็นอันระงับกันทันที ต่อมาเมื่อยังไม่ครบกำหนดเวลาเช่าได้เกิดอัคคีภัยขึ้นที่ห้องทั้ง ๑๐ ห้องดังกล่าว สัญญาเช่าจึงเป็นอันระงับไปตามข้อสัญญา โจทก์แจ้งให้จำเลยออกไป แต่จำเลยต่างเพิกเฉยและได้ซ่อมแซมห้องเช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากห้องซึ่งจำเลยแต่ละคนเช่า และให้จำเลยแต่ละคนใช้ค่าเสียหายในอัตราเดือนละ ๘๐ บาท จนกว่าจะออกไป จำเลยทั้ง ๑๐ สำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า อัคคีภัยตามสัญญาเช่านั้น คู่สัญญามีเจตนาหมายถึงอัคคีภัยที่เกิดขึ้นกับห้องเช่าจนเป็นเหตุให้สูญสลาย หรือชำรุดใช้ประโยชน์ในห้องเช่าไม่ได้ แต่อัคคีภัยที่เกิดขึ้นตามฟ้องทำให้ห้องเช่าแต่ละห้องได้รับความเสียหายเล็กน้อย ผู้เช่าแต่ละคนยังคงใช้ห้องเช่านั้นโดยปกติสุข ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสิบคนและบริวารออกไปจากห้องพิพาท ให้จำเลยแต่ละคนใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๘๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากห้องพิพาท จำเลยทั้งสิบสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสิบสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าหลังคาและเพดานห้องเช่าทั้งสิบห้องถูกไฟไหม้หมด เว้นแต่เพดานห้องเลขที่ ๒๔๔ ที่นายเปงกี แซ่ตั้ง จำเลยเช่าถูกไฟไหม้ไปครึ่งห้อง นอกจากนี้ไฟได้ไหม้ฝาห้องเช่าชั้นบนแต่ละห้องเสียหายเป็นส่วนมาก ส่วนชั้นล่างไฟได้ไหม้ห้องครัว ฝา และบันไดหมดบางห้อง และบางห้องไฟไหม้เกรียงจนจำเลยแต่ละคนต้องใช้สังกะสีมุงหลังคาและซ่อมแซมห้องเช่าเพื่อป้องกันฝนตกลงมาเปียก จึงใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อไปได้ เช่นนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ห้องเช่าดังกล่าวถึงขนาดที่เรียกว่าห้องเช่าเกิดอัคคีภัยแล้วตามสัญญา มิใช่อัคคีภัยที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยอันจะถือว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของห้องเช่าดังที่จำเลยอ้าง ฉะนั้น สัญญาเช่าจึงเป็นอันระงับไปตามสัญญาข้อ ๖ เมื่อสัญญาเช่าระงับไปแล้ว แม้จำเลยแต่ละคนจะซ่อมแซมห้องเช่าใช้เป็นที่อยู่อาศัยต่อมาอีก ก็หาทำให้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยแต่ละคนกลับมีผลบังคับต่อไปไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2519 นายจอย อยู่สุข โจทก์ นางอารีย์ สุนทรเวสน์ โดยนายบุญเย็น สุนทรเวสน์ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้ร้อง นายวิสิทธิ์ วุฒิวานิชย์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจอย อยู่สุข · ผู้ร้อง - นางอารีย์ สุนทรเวสน์ โดยนายบุญเย็น สุนทรเวสน์ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายวิสิทธิ์ วุฒิวานิชย์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดช วุฒิสิงห์ชัย · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสุวรรณ ตระการพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 377/2536ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1492/2510ฎีกา 306/2506ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1413/2508ฎีกา 3329/2550ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 805/2506ฎีกา 1302/2535ฎีกา 1008/2510ฎีกา 6555/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา