⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2728/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2728/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งงดสืบพยานคู่ความเมื่อสืบพยานโจทก์ยังไม่เสร็จสิ้น ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ซึ่งคู่ความมีสิทธิ์โต้แย้งได้ แต่หากไม่ได้โต้แย้ง ก็ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ผู้เช่าที่ดินย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่บุคคลภายนอกที่เข้าครอบครองที่ดินนั้นออกไปได้ แม้ผู้เช่าจะยังไม่ได้ครอบครองที่ดินด้วยตนเองก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เรียกผู้ให้เช่าเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมแล้ว

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานคู่ความเมื่อสืบตัวโจทก์ยังไม่จบ แล้วสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความและพิพากษาคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ได้ความ ถือไม่ได้ว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมายอันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ซึ่งถือว่าไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 227 คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226 และระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานถึงวันนัดฟังคำพิพากษาจำเลยมีโอกาสโต้แย้งคำสั่งได้ (มีคำสั่งวันที่ 23 พฤษภาคม 2518 นัดฟังคำพิพากษา 30 พฤษภาคม 2518) แต่หาได้โต้แย้งไม่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งนี้ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ที่จำเลยปลูกเล้าไก่คือที่พิพาท ที่พิพาทเป็นของโจทก์ร่วม โจทก์เช่าที่พิพาทจากโจทก์ร่วม ดังนั้น แม้โจทก์จะยังไม่ได้ครอบครองที่พิพาท แต่โจทก์ได้เรียกโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมแล้ว โจทก์และโจทก์ร่วมย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากที่พิพาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.477 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.549

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำเลยรอนสิทธิ์โจทก์โดยเข้าครอบครองปลูกเล้าไก่ในที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีสิทธิ์ ขอให้จำเลยรื้อถอนเล้าไก่ออกไป ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาท ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย ไม่มีอำนาจฟ้อง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบตัวโจทก์ได้ไม่จบปาก แล้วสอบถามข้อเท็จจริงจากจำเลย โจทก์ และโจทก์ร่วม เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยออกไปจากที่พิพาท ให้รื้อถอนเล้าไก่ ห้ามเกี่ยวข้องต่อไป กับให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้สืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป หรือพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๖ จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานไม่ชอบ ขอให้สั่งศาลชั้นต้นสืบพยานของคู่ความต่อไป เห็นว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานของคู่ความเมื่อสืบตัวโจทก์ยังไม่จบแล้วสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความ และพิพากษาคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงตามที่ได้ความ ถือไม่ได้ว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมาย อันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ ซึ่งถือว่าไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๗ ดังนั้น คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ เมื่อจำเลยเห็นว่า ชอบที่จะให้มีการสืบพยานต่อไป ก็ต้องโต้แย้งคำสั่งไว้ คดีปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๘ และนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๑๘ โดยที่จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้ และระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานถึงวันนัดฟังคำพิพากษา จำเลยมีโอกาสที่จะโต้แย้งคำสั่งได้แต่หาได้โต้แย้งไม่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งนี้ได้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ที่จำเลยปลูกเล้าไก่คือที่พิพาท ที่พิพาทเป็นของโจทก์ร่วม โจทก์เช่าที่พิพาทจากโจทก์ร่วม ดังนั้น แม้โจทก์จะยังไม่ได้เข้าครอบครองที่พิพาทแต่โจทก์ได้เรียกโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมแล้ว โจทก์และโจทก์ร่วมมีอำนาจฟ้อง จำเลยฎีกาว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำละเมิดอย่างไร โจทก์และโจทก์ร่วมเสียหายอย่างไร โจทก์เช่าที่ทั้งหมดค่าเช่าเพียงปีละ ๖๙๕ บาท ค่าเสียหายไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท อ้างว่าเป็นข้อกฎหมาย เห็นว่าเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดแล้วในสำนวน จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2728/2519 นางแฉล้ม จุ้ยสือ โจทก์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ฯ โจทก์ร่วม นายเซฟ เหลืองละออ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแฉล้ม จุ้ยสือ · โจทก์ร่วม - สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ฯ · ล. - นายเซฟ เหลืองละออ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ศาลอุทธรณ์ - นายจังหวัด แสงแข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1733/2498ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา