⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 79/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 79/2519

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้โจทก์จดทะเบียนการเช่าตึกแถวพิพาทมีกำหนด 10 ปี โดยอ้างว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา เพราะจำเลยเสียค่าตอบแทนการเช่าเป็นเงิน 20,000 บาท ซึ่งตามคำให้การไม่กล่าวว่าเป็นเงินค่าอะไรอีก แม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ดังข้ออ้างของจำเลย ก็หาทำให้สัญญาเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาไม่ เมื่อมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยจะฟ้องบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนหาได้ไม่ แม้ศาลจะรับฟ้องแย้งไว้ จำเลยก็ไม่มีทางชนะคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวโจทก์ เลขที่ ๒๖๔ มีกำหนด ๑๐ ปี ค่าเช่าเดือนละ ๗๐ บาท โดยทำสัญญาเช่า ๔ ฉบับ ฉบับละ ๓ ปี ฉบับสุดท้าย ๑ ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน นับเวลาเช่าตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นต้นไป เมื่อครบกำหนด ๓ ปี ตามสัญญาเช่าฉบับแรกแล้ว โจทก์ถือว่าจำเลยคงเช่าอยู่ต่อโดยไม่มีกำหนดเวลาเช่า และโจทก์ประสงค์จะรื้อตึกแถวที่เช่าเพื่อสร้างอาคารพาณิชย์ขึ้นใหม่ ได้ให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกการเช่ากับจำเลย จำเลยไม่ยอมออก จึงฟ้องให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถว ฯลฯ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยเช่าตึกแถวพิพาทมีกำหนด ๑๐ ปี โดยจำเลยเสียค่าตอบแทนการเช่านี้ให้โจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท สัญญาเช่าจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษซึ่งโจทก์จะต้องให้จำเลยเช่าตึกแถวพิพาทจนครบ ๑๐ ปี ขอให้ยกฟ้องโจทก์ และขอให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าตึกแถวพิพาทมีกำหนด ๑๐ ปี นับแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๓ จนถึงวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ตามสัญญา ฯลฯ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลย เพราะไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จำเลยอุทธรณ์ขอให้รับฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้โจทก์จดทะเบียนการเช่าตึกแถวพิพาทมีกำหนด ๑๐ ปี โดยอ้างว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา เพราะจำเลยเสียค่าตอบแทนการเช่าเป็นจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตามคำให้การไม่กล่าวว่าเป็นเงินค่าอะไรอีก แม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ดังข้ออ้างของจำเลย ก็หาทำให้สัญญาเช่าที่โจทก์จำเลยตกลงทำกันนั้นเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรดาไม่ เมื่อสัญญาเช่านั้นมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยจะฟ้องบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หาได้ไม่ แม้ศาลจะรับฟ้องแย้งของจำเลยไว้ จำเลยก็ไม่มีทางชนะคดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 79/2519 นายผิว โกมลวณิช โจทก์ นายแป๊ะฮ้อหรือแป๊ะโฮ้ว แซ่โง้ยหรือแซ่โง้ว ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผิว โกมลวณิช · ล. - นายแป๊ะฮ้อหรือแป๊ะโฮ้ว แซ่โง้ยหรือแซ่โง้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร โรจนวิภาต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 5640/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3601/2526ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 247/2529ฎีกา 72/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1002/2509ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา