⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 938/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งข้อความโดยสุจริตเพื่อรักษาประโยชน์อันชอบธรรมของตนหรือของผู้อื่น ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ในฐานะเลขาธิการ ได้แจ้งข่าวการประชุมของสมาคมธนาคารไทย จำเลยที่ 1 ตามมติของที่ประชุม โดยทำเป็นหนังสือเวียนลับเฉพาะถึงสมาชิก แจ้งให้ทราบถึงพฤติการณ์ของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ไปขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตจากธนาคารสมาชิก แล้วไม่มาติดต่อขอรับราชการไปรับของ ทำให้ธนาคารสมาชิกได้รับความเสียหาย โดยในหนังสือเวียนได้ระบุชื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวซึ่งมีชื่อโจทก์รวมอยู่ด้วย เพื่อมิให้ธนาคารสมาชิกได้รับความเสียหายดังที่มีมาอีก เช่นนี้ ถือได้ว่าการแจ้งข่าวดังกล่าวเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 329

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล ประเภทสมาคมการค้า มีธนาคารพาณิชย์เป็นสมาชิก จำเลยที่ ๒ เป็นเลขาธิการ ได้ประชุมสมาชิกแล้วจำเลยที่ ๒ บันทึกรายงานการประชุมเกี่ยวกับเรื่องแก๊งค์ต้มมนุษย์ว่า มีบุคคลคณะหนึ่งตั้งเป็นแก๊งค์มีพฤติการณ์หลอกลวง โดยบุคคลเหล่านี้จะมาติดต่อกับธนาคารในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด ขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต โดยวางเงินมัดจำให้ธนาคารไว้ระหว่างร้อยละ ๑๐ ถึง ๑๕ ของจำนวนเงิน โดยตีราคาสินค้าสูงกว่าความจริงประมาณ ๒ - ๔ เท่าตัว เมื่อธนาคารเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตและได้รับเอกสารมาแล้ว ก็ไม่มีการติดต่อขอรับเอกสารไปรับของ เพราะของที่สั่งมาไม่เป็นไปตามเลตเตอร์ออฟเครดิต หากธนาคารจะนำเอกสารไปออกของก็ไม่คุ้มกัน ได้มีการแจ้งระบุชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดให้ที่ประชุมทราบ ที่ประชุมมีมติให้ออกหนังสือเวียนให้สมาชิกทราบ โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาก็มีชื่อในหนังสือเวียนนั้น จำเลยทั้งสองได้จัดส่งหนังสือไปยังธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสมาชิกว่าโจทก์เป็นบุคีคลในแก๊งค์ต้มมนุษย์ มีความหมายได้ชัดเจนว่าโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหลายแห่งเป็นคนหลอกลวงคนทั่วไป ไม่ควรคบและสมาคมติดต่อด้วย เป็นการเหยียดหยามโจทก์ ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๒๖, ๓๒๘ กับให้ทำลายต้นฉบับรายงานการประชุมของสมาคมธนาคารไทย ครั้งที่ ๒๐ ซึ่งได้ประชุมเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๑๒ เกี่ยวกับแก๊งค์ต้มมนุษย์ ให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่า ๔ ฉบับ ติดต่อกันมีหนังสือ ๕ วัน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่า หนังสือที่แจ้งไปออกตามมติที่ประชุม เอกสารท้ายฟ้องได้แสดงโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนเกี่ยวกับส่วนได้เสียตามทำนองคลองธรรม เป็นการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม จำเลยขอพิสูจน์ความจริงต่อศาลว่าข้อความที่กล่าวนั้นเป็นความจริง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ขาดอายุความ และการที่จำเลยมีหนังสือเวียนไปนั้น มิได้มีเจตนาแพร่หลาย ได้กระทำไปโดยสุจริต เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความเพื่อป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียตามคลองธรรม มิได้มีเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ ไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ ๒ มีหนังสือเวียนถึงธนาคารสมาชิกตามมติที่ประชุม ไม่เป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ไม่เป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสมาคมธนาคารไทย จำเลยที่ ๑ มีนายบรรเจิด ชลวิจารณ์ เป็นประธานกรรมการและในการประชุมมีนายจำรัส จตุรภัทร เป็นประธานที่ประชุมสมาชิกสมาคม จำเลยที่ ๒ เป็นเลขาธิการ ที่ประชุมมีมติให้จำเลยที่ ๒ แจ้งเรื่องให้สมาชิกธนาคารทราบว่ามีกลุ่มบุคคลหนึ่งที่เป็นหุ้นส่วนหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ไปขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตจากธนาคาร เพื่อสั่งของเข้ามาโดยวางเงินมัดจำไว้เล็กน้อย แต่ตีราคาของที่สั่งเข้ามาสูง เมื่อของที่สั่งเข้ามาไม่เป็นไปตามเลตเตอร์ออฟเครดิต บุคคลนั้นก็ไม่มาติดต่อขอรับเอกสารไปรับของ ธนาคารจะนำเอกสารไปออกของมาขายก็ไม่คุ้มกัน ทำให้ธนาคารเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก ที่ประชุมมีมติให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะเลขาธิการแจ้งชื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้สมาชิกทราบ โจทก์เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนหนึ่งที่มีพฤติการณ์เช่นนี้ และถูกระบุชื่อในหนังสือเวียนที่ลับเฉพาะไปถึงธนาคารสมาชิกตามเอกสารท้ายฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๒ ได้แจ้งข่าวการประชุมของสมาชิกในฐานะเลขาธิการตามมติของที่ประชุม ตามเรื่องราวที่ได้ประชุมกันถึงพฤติการณ์ที่ทำให้สมาชิกได้รับความเสียหาย และได้แจ้งเป็นหนังสือเวียนลับเฉพาะไปถึงแด่สมาชิกของธนาคาร มิให้ธนาคารสมาชิกได้รับความเสียหายดังที่มีมาอีก เช่นนี้ถือได้ว่า เป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2519 นายแสวง ทรัพย์สมบูรณ์ โจทก์ สมาคมธนาคารไทย โดยนายบรรเจิด ชลวิจารณ์ ประธานกรรมการ ที่ 1 นายสมบูรณ์ นันทาภิวัธน์ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแสวง ทรัพย์สมบูรณ์ · 1 - สมาคมธนาคารไทย โดยนายบรรเจิด ชลวิจารณ์ ประธานกรรมการ ที่ · ล. - นายสมบูรณ์ นันทาภิวัธน์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายชลอ บุณยเนตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า อำพันแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9435/2554ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1105/2519ฎีกา 437/2505ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา