⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1155/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้กระทำเล็งเห็นได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น และยังคงกระทำการนั้นต่อไปจนเกิดความเสียหายขึ้น ถือเป็นการกระทำโดยเจตนา

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยถ่อเรือเข้าไปตัดใบบัวในหนองสาธารณะซึ่งผู้เสียหายปลูกต้นข้าวไว้โดยต้นข้าวขึ้นปะปนอยู่กับกอบัว จนเป็นเหตุให้ต้นข้าวเน่าตายไปจำนวนหนึ่ง เช่นนี้จำเลยย่อมเล็งเห็นอยู่ว่าการถ่อเรือเข้าไปในป่าข้าวทำความเสียหายแก่ต้นข้าวได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเจตนาทำให้เสียทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๒-๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๘ เวลากลางวันติดต่อกัน จำเลยทั้งหกได้ร่วมกันทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เสื่อมค่าโดยใช้เรือพายและถ่อเข้าไปในหนองหางระแวง ทำให้ต้นข้าวซึ่งนางจรูญ อินทรานทูม กสิกรหว่านปลูกไว้ ต้นหัก ขาดตายและเสื่อมค่า ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท เหตุเกิดที่ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๕๙, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๕๙ ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ คนละ ๑๕๐ บาท จำเลยที่ ๔ อายุ ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ลงโทษปรับ ๗๕ บาท คำเบิกความของจำเลยทั้งสี่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ปรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ คนละ ๑๐๐ บาท ปรับจำเลยที่ ๔ ๕๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ จำเลยที่ ๖ อายุ ๑๓ ปี ว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยตัวไป ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๕ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีเจตนาเพียงเข้าไปเก็บบัว ไม่มีเจตนาเข้าไปทำลายต้นข้าวของผู้เสียหาย พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ผู้เสียหายจะอ้างสิทธิครอบครองในหนองสาธารณะที่ปลูกข้าวไว้ไม่ได้ และจำเลยมีสิทธิใช้ประโยชน์ในหนองนี้เท่าเทียมกับผู้เสียหายก็จริง แต่จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะไปทำให้ต้นข้าวที่ผู้เสียหายปลูกไว้เสียหายตามทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยทราบอยู่ว่าผู้เสียหายซึ่งอยู่บ้านใกล้ ๆ กับจำเลยได้ปลูกข้าวไว้ที่นั่น และเมื่อจำเลยนำเรือเข้าไปตัดใบบัวก็ต้องเห็นต้นข้าวขึ้นปะปนอยู่กับกอบัว จำเลยย่อมเล็งเห็นอยู่ว่าการถ่อเรือเข้าไปในป่าข้าวทำความเสียหายแก่ต้นข้าว จึงถือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาของจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสองแล้ว พิพากษากลับ เป็นให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2520 พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นางสาวยุพิน เสนะจำนงค์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร · ล. - นางสาวยุพิน เสนะจำนงค์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทยา มงคล · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเนา ดิษยบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2581/2548ฎีกา 845/2543ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 609/2522ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 729/2483ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3237/2543ฎีกา 2718/2538ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา