⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1352/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1352/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาจะกลับคืนสู่ฐานะเดิม การกระทำใดๆ ของคู่สัญญาเกี่ยวกับสัญญานั้นในเวลาต่อมา ถือเป็นเพียงคำเสนอขึ้นใหม่ หากไม่มีการสนองตอบ ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาและจำเลยได้มีหนังสือตอบรับการบอกเลิกสัญญาดังกล่าว เมื่อมีการบอกเลิกสัญญา โจทก์จำเลยก็กลับคืนสู่ฐานะเดิม ดังนั้น การกระทำใด ๆ ของโจทก์จำเลยเกี่ยวกับสัญญานี้ในเวลาต่อมา จึงเป็นเพียงคำเสนอขึ้นใหม่ เมื่อไม่มีการสนองตอบ ย่อไม่ก่อให้เกิดผลแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ชำระเงินบางส่วนให้จำเลย จำเลยยอมให้โจทก์เข้าครอบครองทรัพย์สินได้ทันทีต่อมาจำเลยไม่สามารถจัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ได้ จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ได้ทำสัญญาตามฟ้องจริง แต่การโอนกรรมสิทธิ์ไม่อาจกระทำได้โดยไม่ใช่ความผิดของจำลย โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาดังกล่าวและจำเลยมีหนังสือตอบรับการบอกเลิกสัญญาแล้ว แต่ต่อมาจำเลยยังได้ให้โอกาสแก่โจทก์โดยมีหนังสือให้โจทก์นำเงินที่เหลือมาชำระใน ๗ วัน จำเลยจะโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้โจทก์ ไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ไม่ยอมออกจากที่ดิน ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จึงขอให้บังคับโจทก์ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย โจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยยังไม่ได้บอกเลิกสัญญากัน พิพากษาให้จำเลยไปจัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ และรับเงินที่ยังค้างชำระไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญากับจำเลย และจำเลยได้ตอบรับการบอกเลิกสัญญาแล้ว วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญา ซึ่งจำเลยก็ได้มีหนังสือตอบรับการบอกเลิกสัญญาดังกล่าว เมื่อมีการบอกเลิกสัญญากัน คู่กรณีก็กลับคืนสู่ฐานะเดิม การกระทำใด ๆ ของโจทก์จำเลยเกี่ยวกับสัญญานี้ต่อมา (จำเลยมีหนังสือให้โอกาสโจทก์นำเงินมาชำระใน ๗ วัน) เป็นเพียงคำเสนอขึ้นใหม่ เมื่อไม่มีการสนองตอบ จึงไม่ก่อให้เกิดผลแต่อย่างใด โจทก์ไม่มีสิทธิ์บังคับให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ออกจากที่พิพาทและใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย ให้จำเลยคืนเงินที่รับไปจากโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1352/2520 นายช่วยอุ้ม เสฏฐรังสี กับพวก โจทก์ นายประสิทธิ์ ใบเกษม กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายช่วยอุ้ม เสฏฐรังสี กับพวก · ล. - นายประสิทธิ์ ใบเกษม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรชัย · กุศล บุญยืน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายอัธยา ดิษยบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2240/2523ฎีกา 3518/2524ฎีกา 3687/2565ฎีกา 608/2491ฎีกา 7022/2552ฎีกา 3796/2540ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 390/2536ฎีกา 560/2553ฎีกา 4015/2528ฎีกา 144/2535ฎีกา 6344/2549ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 1339/2536ฎีกา 6239/2551ฎีกา 3601/2538ฎีกา 763/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา