⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1717/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1717/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบพยานบุคคลว่ามีการคิดดอกเบี้ยรวมในเงินกู้ยืมนั้นทำได้ แต่การนำสืบพยานบุคคลว่าได้ชำระเงินต้นแล้วจะทำไม่ได้ หากมูลหนี้มีหลักฐานเป็นหนังสือตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จำนวนหนึ่งแสนบาทคืนจากจำเลย และจำเลยให้การว่าได้นำที่ดินตามฟ้องทำจำนองไว้กับโจทก์เพื่อเป็นประกันเงินกู้หนึ่งแสนบาทจริง แต่ได้กู้ยืมและรับเงินกันเพียง 80,000 บาท อีก 20,000 บาท เป็นดอกเบี้ยที่โจทก์คิดรวมเข้าไว้ด้วยนั้น จำเลยมีสิทธินำสืบพยานบุคคลได้ว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินและรับเงินไปจากโจทก์เพียง 80,000 บาท แต่โจทก์คิดดอกเบี้ย 20,000 บาทรวมไปด้วยเพราะเป็นการนำสืบถึงการชำระดอกเบี้ย ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (อ้างฎีกาที่ 936/2504) แต่จำเลยจะนำสืบพยานบุคคลว่าได้ชำระเงินต้นบางส่วนให้แก่โจทก์แล้วไม่ได้ เพราะมูลคดีนี้เป็นเรื่องกู้ยืมโดยมีที่ดินจำนองเป็นประกันอันมีหลักฐานเป็นหนังสือ จะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผุ้ให้ยืมหรือได้เวนคืน หรือได้แทงเพิกถอนในเอกสารการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้นำที่ดินโฉนดที่ ๘๖๙ ตำบลบึงชำย้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานีมาจดทะเบียนจำนองไว้กับโจทก์เพื่อประกันการกู้ยืมเป็นเงินหนึ่งแสนบาทจำเลยผิดนัด ไม่ชำระดอกเบี้ยตามสัญญา คงค้างชำระดอกเบี้ย ๗ ปีเศษ โจทก์ขอคิดเพียง ๕ ปี อัตราร้อยละ ๘ ต่อปีเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ขอให้จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรวม ๑๔๐,๐๐๐ บาท และเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๘ ต่อปีจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จหากไม่ชำระก็ขอให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินชำระให้โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยได้นำที่ดินตามฟ้องจำนองไว้กับโจทก์เพื่อประกันเงินกู้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทจริง แต่ได้กู้ยืมและรับเงินกันเพียง ๘๐,๐๐๐ บาท อีก ๒๐,๐๐๐ บาทเป็นดอกเบี้ยที่โจทก์คิดรวมเข้าไว้ด้วย หลังจากทำสัญญาจำนองแล้ว จำเลยได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ทุกปี เมื่อคิดบัญชีกันแล้ว จำเลยคงค้างเงินอยู่ ๓๗,๐๐๐ บาท โจทก์ไม่ยอมให้จำเลยไถ่ถอนจำนอง การบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จึงขอฟ้องแย้งบังคับให้โจทก์รับเงิน ๓๗,๐๐๐ บาท และไถ่ถอนจำนองให้จำเลย หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์ โจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า จำเลยได้กู้เงินและรับเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทไปตามสัญญาจำนองครบถ้วนแล้ว จำเลยไม่เคยผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์เลย คงค้างเงินต้นและดอกเบี้ยอยู่ตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรวม ๑๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๘ ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระเงินดังกล่าวให้นำที่ดินที่จำนองไว้ขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้โจทก์จนครบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีสิทธินำสืบพยานบุคคลว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินและรับเงินไปจากโจทก์เพียง ๘๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์คิดดอกเบี้ย ๒๐,๐๐๐ บาทรวมไปด้วยนั้นเห็นว่า ข้อต่อสู้ของจำเลยมีความหมายว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ ๑๐๐,๐๐๐ บาทจริงตามสัญญา แต่ต้องหักใช้โจทก์เป็นดอกเบี้ยล่วงหน้าเสีย ๒๐,๐๐๐ บาท คงรับเงินมา ๘๐,๐๐๐ บาท ดังนี้เป็นการสืบถึงการชำระดอกเบี้ย จึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ แต่ที่จำเลยอ้างว่าได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ไปบางส่วนแล้ว คงค้างอยู่เพียง ๓๗,๐๐๐ บาทนั้น เห็นว่ามูลคดีเป็นเรื่องกู้ยืมโดยมีที่ดินจำนองเป็นประกันอันมีหลักฐานเป็นหนังสือ จะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมหรือได้เวนคืนหรือได้เพิกถอนลงในเอกสารการกู้ยืมนั้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรคสอง เมื่อจำเลยไม่มีหลักฐานการใช้ต้นเงินกู้ให้โจทก์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้มาแสดงต่อศาล จึงต้องห้ามมิให้ยอมรับฟังพยานบุคคลแทน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1717/2520 นายประกิต นิติวรางกูร โจทก์ นายจัด อินโต ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประกิต นิติวรางกูร · ล. - นายจัด อินโต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ภิญโญ ธีรนิติ · พัลลภ เสถียรธรรมกิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญญบุรี - นายสมัคร สังวรราชทรัพย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประกาศ บุณโยดม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา