⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 256/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้ว แต่ไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือร้องขอเลื่อนคดี ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาและพิจารณาตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวได้.

ย่อคำพิพากษา

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนจำเลยและทนายจำเลยทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้ว มิได้มาศาล ทั้งมิได้แจ้งเหตุขัดข้องหรือร้องขอเลื่อนคดี ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว ส่วนความในมาตรา 205 นั้นจะเป็นในวรรค 2 หรือ 3 ก็หมายความเฉพาะกรณีที่จำเลยมาศาลในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว จึงจะพิจารณาว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่ ถ้ามาศาลเมื่อพ้นระยะเวลาที่จะนำพยานของตนเข้าสืบแล้ว ก็ไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยานของตนได้ คดีนี้ศาลสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยก็มิได้มาศาล จึงมิใช่กรณีที่จะให้สืบพยานจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรค 3 (1) แม้จำเลยจะได้ยื่นคำให้การและบัญชีระบุพยานไว้ ต้องถือว่าคดีเสร็จการพิจารณา ศาลพิพากษาไปได้ (อ้างฎีกาที่ 131/2509)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.205

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวที่เช่าและเรียกค่าเสียหายฟ้อง จำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่ได้เป็นนิติบุคคล ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่ได้เช่าตึกแถวพิพาก ไม่ได้ผิดสัญญาเช่า โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาการบอกเลิกสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์เสียหายไม่เกินค่าเช่าที่โจทก์ได้รับ ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยทราบวันนัดแล้ว ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปและขนย้ายทรัพย์สินไปจากตึกแถวพิพาท และให้จำเลยชำระค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวชอบแล้ว แต่เมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้ว ศาลชอบที่จะสั่งนัดสืบพยานจำเลยเพราะจำเลยได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้ว การขาดนัดพิจารณาไม่เป็นการตัดสิทธิในการสืบพยานของจำเลย ขอให้สั่งศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลย แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วศาลควรเลื่อนไปสืบพยานจำเลย โดยพิจารณาว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่เสียก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๕ นั้น ในวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนจำเลยและทนายจำเลยทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้วมิได้มาศาล ทั้งมิได้แจ้งเหตุขัดข้องหรือร้องขอเลื่อนคดี ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๒ บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว ส่วนความในมาตรา ๒๐๕ นั้นจะเป็นในวรรค ๒ หรือวรรค ๓ ก็หมายความเฉพาะกรณีที่จำเลยมาศาลในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว จึงจะพิจารณาว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่ ถ้ามาศาลเมื่อพ้นระยะเวลาที่จะนำพยานของตนเข้าสืบแล้ว ก็ไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยานของตนได้ แต่คดีนี้ศาลสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจำเลยก็มิได้มาศาล จึงมิใช่กรณีที่จะให้สืบพยานจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๕ วรรค ๓ (๑) แม้จำเลยจะได้ยื่นคำให้การและบัญชีระบุพยานไว้ ต้องถือว่าคดีเสร็จการพิจารณา ศาลพิพากษาไปได้ตามนัยฎีกาที่ ๑๓๑/๒๕๐๙ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2520 บริษัทไพบูลย์สมบัติ จำกัด โดยนายไพโรจน์ ประเสริฐ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายสุรชัย แซ่โง้ว ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไพบูลย์สมบัติ จำกัด โดยนายไพโรจน์ ประเสริฐ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายสุรชัย แซ่โง้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพรัช วงศ์วัฒนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายกิจจา นาญกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1645/2549ฎีกา 695/2485ฎีกา 4473/2541ฎีกา 5098/2550ฎีกา 2051/2536ฎีกา 623/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 726/2512ฎีกา 728/2548ฎีกา 2971/2522ฎีกา 4378/2531ฎีกา 8910/2544ฎีกา 1333/2531ฎีกา 3426/2534ฎีกา 951-952/2500ฎีกา 1296/2510ฎีกา 5364/2533ฎีกา 1962/2525ฎีกา 1808/2542ฎีกา 3178/2533ฎีกา 941/2526ฎีกา 1554/2524ฎีกา 553/2532ฎีกา 1840/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา