⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 432/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2520

ป.อาญา ม.74, 334

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษจำเลยซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และมีคำสั่งตามมาตรา 74 (2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา ถือเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องด้วยข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา 193 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยซึ่งมีอายุ 12 ปี มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางมีกำหนด 6 ปี แต่อย่าให้เกินกว่าจำเลยมีอายุครบ 18 ปี จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 (2) โดยบิดาจำเลยขอรับตัวไปและจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาล ดังนี้ เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่พิพากษาดังกล่าวไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จะอุทธรณ์ได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ (1) ถึง (4) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.74 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2517 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.74 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๑๙ เวลางกลางวัน จำเลยลักสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำ ๖๐ เส้น พร้อมด้วยกล่องใส่ รวมราคา ๑๒๑,๕๑๐ บาท ของนางสุภรณ์ เภตราไชยอนันต์ ไปโดยสุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ ให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางมีกำหนด ๖ ปี แต่อย่าให้เกินกว่าจำเลยมีอายุครบ ๑๘ ปี จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ (๒) โดยนายแปลกบิดาขอรับตัวจำเลยไปและจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาล ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ ทวิ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๓ พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมีอายุ ๑๒ ปี ถูกฟ้องคดีลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ ซึ่งมีอัตราโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้จำคุกอย่างสูงไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ ให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางมีกำหนด ๖ ปี แต่อย่าให้เกินกว่าที่จำเลยจะมีอายุครบ ๑๘ ปี จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่พิพากษาดังกล่าวไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จะอุทธรณ์ได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ ทวิ (๑) ถึง (๔) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๓ ที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์มา และศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยเสียนั้นเป็นการชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2520 พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ เด็กหญิงน้อย ศรี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรปราการ · ล. - เด็กหญิงน้อย ศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · ถนัด ลีลากุล · สุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวิชัย ตันติกุลานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ สิกเสน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4049/2536ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 337/2535ฎีกา 2845/2543ฎีกา 5090/2565ฎีกา 3613/2549ฎีกา 490/2542ฎีกา 4893/2549ฎีกา 3620/2566ฎีกา 203/2511ฎีกา 12811/2558ฎีกา 200/2544ฎีกา 1408/2512ฎีกา 1958/2526ฎีกา 212/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา