คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การพยานในชั้นสอบสวนที่ผู้ให้การถึงแก่ความตายไปก่อนการพิจารณา สามารถรับฟังประกอบคำเบิกความของพยานอื่นได้ แม้จะมีน้ำหนักน้อยก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
คำให้การพยานในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า เมื่อไม่ได้ตัวผู้ให้การมาเบิกความที่ศาล เพราะตายเสียก่อนหรือด้วยเหตุอื่น แม้มีน้ำหนักน้อย แต่ก็ใช้เป็นคำประกอบคำเบิกความของพยานอื่นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันมีฝิ่น ๗๔ กระสอบ และมอร์ฟีน ๕๗ แท่ง ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อขายหรือจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติฝิ่นและพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และสั่งริบของกลาง
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.๒๔๗๒ มาตรา ๘, ๕๑, ๕๑ ทวิ, ๕๓, ๖๙ พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๓, ๔, ๕ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๔๖๕ มาตรา ๒๐, ๒๐ ทวิ, ๒๙ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๗, ๑๒ ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ โดยวางโทษจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.๒๔๗๒ มาตรา ๘, ๕๑, ๕๑ ทวิ, ๕๓ พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๓, ๔, ๕ จำคุกคนละ ๒๐ ปี วางโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๔๖๕ มาตรา ๒๐, ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๕, ๖ จำคุกคนละ ๒๐ ปี รวม โทษจำคุกจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ คนละ ๔๐ ปี ของกลางริบ สำหรับจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์มีคำให้การของนายบุญสมและนายอุทัยหรือเต็กในชั้นสอบสวน ซึ่งก่อนที่นายบุญสมจะมาเบิกความที่ศาล ได้ถูกคนร้ายลอบยิงตาย ส่วนนายอุทัยหรือเต็กไม่ได้ตัวมาเบิกความ คำให้การของนายบุญสมและนายอุทัยหรือเต็กเป็นพยานบอกเล่า แม้มีน้ำหนักน้อย แต่โจทก์มีพลตำรวจตรีจักร ประธานคณะกรรมการสอบสวนมาเบิกความว่าได้สอบสวนปากคำของนายบุญสมกับนายอุทัยหรือเต็กไว้ จึงใช้เป็นคำประกอบคำเบิกความของพยานอื่นได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๙๒/๒๔๙๙ และที่ ๑๗๑๑/๒๔๙๗ และคำให้การชั้นสอบสวนของบุคคลทั้งสองดังกล่าวใช้เป็นคำประกอบคำเบิกความของนายพล นายสมบุญผู้ใหญ่บ้าน และร้อยตำรวจโทวิรัช พยานอื่นของโจทก์ได้สมคำกันเป็นอย่างดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ได้ร่วมกับพวกกระทำผิดตามฟ้อง
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2521
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายอุดม อัศวอิทธิวัฒนา หรือเพียว แซ่เบ๊ ที่ 1
นายวิวัฒน์ นิยมอดุลย์ หรือ นั๊ม แซ่น้า ที่ 2
นายลูเปงเกีย หรือเปงเกีย แซ่หลู ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · 1 - นายอุดม อัศวอิทธิวัฒนา หรือเพียว แซ่เบ๊ ที่ · 2 - นายวิวัฒน์ นิยมอดุลย์ หรือ นั๊ม แซ่น้า ที่ · จำเลย - นายลูเปงเกีย หรือเปงเกีย แซ่หลู ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยงยุทธ เลอลภ · สมชัย ทรัพยวณิช · ประเสริฐ วราภรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสวัสดิ์ รอดเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา