⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 379/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาจ้างทนายความที่กำหนดค่าจ้างเป็นจำนวนเงินแน่นอน ไม่ใช่การแบ่งส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาท ไม่เป็นโมฆะ 2. ทนายความต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หากการปฏิบัติหน้าที่โดยขาดความระมัดระวังเป็นเหตุให้ลูกความเสียหาย

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างทนายว่าความกำหนดค่าจ้างเป็นจำนวนเงินแน่นอนมิใช่แบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาท ไม่เป็นโมฆะทนายความของจำเลยในคดีที่จำเลยยอมความในศาลกับคู่ความที่เป็นผู้เยาว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ถือเป็นการที่ทนายความขาดความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้จำเลยเสียหายเพราะถูกฟ้องเพิกถอนการยอมความ ต้องลดค่าจ้างว่าความลงตามสมควร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.602

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าจ้างว่าความแก่โจทก์ 500,000 บาทกับดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำนวนเงินเป็น 470,000 บาท โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าสัญญาจ้างว่าความตามฟ้องเป็นโมฆะหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาจ้างว่าความกันตามเอกสารหมาย ล.1 และ จ.1 จริง ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1 ว่าจำเลยตกลงว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความฟ้องนางกะฐิน กุนยะกานนท์ กับพวกเรียกทรัพย์มรดกนางผิน แจ่มวิชาสอน มารดา ตามสำนวนคดีหมายเลขดำที่3957/2512 หมายเลขแดงที่ 6359/2512 ของศาลแพ่ง โดยจำเลยตกลงให้ค่าจ้างโจทก์นายปุญณะ สุทธิประภา ทนายความร่วมกับโจทก์ หลวงสุทธิมนต์นฤนาท ที่ปรึกษากฎหมาย นางรันภา คฤหรัตน์ ผู้ช่วยเหลือแนะนำจำเลยรวมกันร้อยละ 10 ของราคาทรัพย์มรดกในกรณีประนีประนอมยอมความคดีดังกล่าวยุติด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาจ้างว่าความตามเอกสารหมาย จ.1 ตกลงค่าจ้างว่าความรวมกันจำนวน 2,000,000 บาท เฉพาะส่วนของโจทก์ 800,000 บาทซึ่งเป็นจำนวนเงินแน่นอน มิใช่แบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินอันเป็นมูลพิพาทสัญญาจ้างว่าความตามเอกสารหมาย จ.1 ไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาจ้างว่าความดังกล่าวไม่เป็นโมฆะ ส่วนปัญหาเรื่องความระมัดระวังของโจทก์ในการว่าความ ในข้อที่โจทก์ไม่จัดการลงชื่อจำเลยในโฉนดที่ดินร่วมกับนางกะฐินนั้น จำเลยอ้างว่าโจทก์ขาดความระมัดระวังในการปฎิบัติหน้าที่ แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันไว้ ตกลงให้รังวัดแบ่งแยกที่ดินออกเป็นส่วนของจำเลยและนางกะฐินก่อน มิได้มีข้อตกลงให้จำเลยลงชื่อร่วมกับนางกะฐินก่อนแบ่งแยก การที่นางกะฐินโอนที่ดินให้แก่นายวิพล จึงมิใช่เป็นความบกพร่องของโจทก์ ส่วนที่นางสาวศรีประไพ กุยยะกานนท์ ผู้เยาว์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยโดยมิได้รับอนุญาตต่อศาลนั้น ถือได้ว่าโจทก์ในฐานะทนายความของจำเลยปฎิบัติหน้าที่โดยขาดความระมัดระวัง ถึงแม้ว่านางสาวศรีประไพฟ้องจำเลยขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความภายหลังที่จำเลยเพิกถอนอำนาจที่มอบให้โจทก์ แต่มูลเหตุเนื่องมาจากสัญญาประนีประนอมยอมความทำกันไว้ไม่สมบูรณ์บางส่วนในครั้งที่โจทก์เป็นทนายความของจำเลยถ้าโจทก์ได้ใช้ความระมัดระวังในการปฎิบัติหน้าที่แล้ว สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างจำเลยกับนางสาวศรีประไพ ผู้เยาว์ย่อมทำกันไม่ได้ เพราะมิได้เป็นไปตามกฎหมาย อนึ่งจำนวนค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์กำหนด 30,000 บาทนั้น เมื่อพิเคราะห์ถึงความเสียหายที่จำเลยได้รับ เห็นว่าเป็นสมควร" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2521 นายสดับ มาศกุล โจทก์ นางทิพย์ นิยมเหตุ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสดับ มาศกุล · จำเลย - นางทิพย์ นิยมเหตุ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · ยงยุทธ เลอลภ · ประเสริฐ วราภรณ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1446/2512ฎีกา 2014/2506ฎีกา 2546/2518ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1364/2514ฎีกา 4257/2530ฎีกา 3251/2534ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 5896/2533ฎีกา 1730/2513ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2839/2527ฎีกา 2657/2534ฎีกา 3842/2526ฎีกา 2501-2504/2521ฎีกา 672/2519ฎีกา 6192/2533ฎีกา 299/2490ฎีกา 1121/2533ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา