คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457-458/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. บุตรของเจ้ามรดกมีส่วนได้ในทรัพย์มรดกจึงร้องสอดในคดีแบ่งมรดกได้
2. ศาลชั้นต้นมีหน้าที่แจ้งให้ผู้ร้องสอดเสียค่าธรรมเนียมให้ครบ หากไม่ปฏิบัติตามจึงยกคำร้องสอดได้
3. การอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้เลื่อนการสืบพยาน ถือเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษา เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรเลื่อนการสืบพยาน ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้
ย่อคำพิพากษา
ในคดีฟ้องแบ่งมรดก บุตรของเจ้ามรดกมีส่วนได้ในทรัพย์มรดกจึงร้องสอดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1)เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นแจ้งให้ผู้ร้องสอดเสียค่าธรรมเนียมให้ครบถ้าไม่ปฏิบัติตามจึงยกคำร้องสอด
โจทก์อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ให้เลื่อนการสืบพยาน ไม่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาเมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรเลื่อนการสืบพยาน ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ตามมาตรา243(2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นไม่ให้เลื่อนคดี ไม่รับคำร้องสอด และพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้รับคำร้องสอดและพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาว่า โจทก์อุทธรณ์เฉพาะคำสั่งศาลชั้นต้น ไม่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาด้วย ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นชอบตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วเห็นควรให้เลื่อนวันพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปตามที่โจทก์ยื่นคำร้อง เป็นการสั่งเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามบทกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาศาลอุทธรณ์เมื่อเห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ย่อมมีอำนาจพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ได้ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบแล้ว
ส่วนข้อฎีกาของจำเลยที่ว่า ไม่มีเหตุอันควรให้โจทก์เลื่อนวันสืบพยานโจทก์ไปตามขอ พิเคราะห์แล้ว โจทก์เพิ่งขอเลื่อนคดีนัดแรก ทั้งคดีนี้โจทก์จำเลยต่างรับกันว่าเป็นทายาท มีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งเป็นมรดกของผู้ตาย ซึ่งจะต้องพิจารณาหาข้อเท็จจริงให้ได้ความกันต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์เห็นควรอนุญาตให้โจทก์เลื่อนวันพิจารณาสืบพยานโจทก์ ศาลฎีกาเห็นชอบด้วย
จำเลยฎีกาเกี่ยวกับการร้องสอดว่า ไม่เห็นชอบตามที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นคู่ความในคดีนี้ พิเคราะห์แล้ว ทั้งโจทก์และจำเลยต่างรับว่าผู้ร้องสอดเป็นทายาทของผู้ตาย ผู้ร้องสอดจึงมีสิทธิขอเข้าเป็นคู่ความในคดีเพื่อให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ส่วนที่จำเลยฎีกาอีกว่า ผู้ร้องสอดไม่เสียค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้อง ไม่ชอบที่จะรับคำร้องสอด ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะแจ้งให้ผู้ร้องสอดนำค่าธรรมเนียมมาชำระให้ครบถ้วนเสียก่อน หากผู้ร้องสอดไม่ปฏิบัติตามจึงชอบที่จะยกคำร้องสอดต่อไป"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457 - 458/2521
นางจำปา สมท่า โจทก์
นางไปล่ สมท่า กับพวก จำเลย
ผู้ร้องสอด จำเลย
นายสมานเทพ สมท่า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจำปา สมท่า · จำเลย - นางไปล่ สมท่า กับพวก · จำเลย - ผู้ร้องสอด · จำเลย - นายสมานเทพ สมท่า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ชลอ จามรมาน · พัลลภ เสถียรธรรมกิจ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา