⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 767/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมีเจตนาจะครอบครองเพื่อตนเอง ย่อมเป็นการครอบครองปรปักษ์ หากเจ้าของทรัพย์สินไม่ได้แสดงเจตนาที่จะครอบครองทรัพย์สินนั้นต่อไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยแบ่งมรดกที่ดินของบิดามารดาแล้วครอบครองร่วมกันมา โจทก์ออกจากที่ดินไปอยู่ลาว ถือว่าจำเลยครอบครองแทนโจทก์ต่อมาเมื่อไม่ได้แสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะการครอบครอง โจทก์ฟ้องแบ่งที่ดินได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้แบ่งที่พิพาทแก่โจทก์ 1 ใน 3 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเชื่อได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาว่าโจทก์ทั้งสอง จำเลย นายสีม่วง นายคำดีและนายเทวีเป็นบุตรนายหล้านางจอมซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้วเมื่อ พ.ศ. 2505 นายหล้ามีที่ดิน 1 แปลงรวมที่พิพาทด้วยอยู่ที่ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนครเป็นมรดกตกได้แก่บุตรทั้ง 6 คนและได้แบ่งกันแล้ว โดยโจทก์ทั้งสองและจำเลยได้รับส่วนแบ่งร่วมกันเป็นเนื้อที่ 47 ตารางวา คือที่พิพาทนี้ คดีเฉพาะโจทก์ที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ที่ 1 ไม่ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุดยุติไปแล้วคงมีปัญหาสำหรับโจทก์ที่ 2 ว่ายังมีสิทธิฟ้องขอแบ่งที่พิพาทหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ตามคำเบิกความของโจทก์ที่ 2 และนายสีม่วง แสนเสนพยานโจทก์ได้ความว่า โจทก์ที่ 2 อยู่กับนายหน้า แสนเสน บิดาในที่พิพาทตั้งแต่เกิดตลอดมาจนบิดาถึงแก่กรรม หลังจากนั้นโจทก์ที่ 2 ก็ยังอยู่ในที่พิพาทอีก 3 ปีจึงไปประเทศลาว โจทก์ที่ 2 และพยานโจทก์เบิกความสอดคล้องกันโดยเฉพาะนายสีม่วงเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับคู่ความทั้งสองฝ่ายและไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับฝ่ายใด จึงมีน้ำหนักให้เชื่อได้ ดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์ที่ 2 ครอบครองที่พิพาทร่วมกับจำเลยหลังจากบิดาตายมา 3 ปี แม้โจทก์ที่ 2 ไปอยู่ประเทศลาวภายหลังก็ถือได้ว่าจำเลยครอบครองแทนโจทก์ที่ 2 ต่อมา เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แจ้งแก่โจทก์ที่ 2 ว่าไม่เจตนาจะครอบครองแทนโจทก์ที่ 2 อีกต่อไป จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 2 ขาดสิทธิครอบครองที่พิพาทโจทก์ที่ 2 มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้แบ่งทรัพย์พิพาทนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1748" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2521 นางสมศรี แก้วหาวงศ์ กับพวก โจทก์ นายที แสนเสน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมศรี แก้วหาวงศ์ กับพวก · จำเลย - นายที แสนเสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · ชลอ จามรมาน · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 201/2490ฎีกา 464/2497ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1070/2499ฎีกา 138/2499ฎีกา 1293/2538ฎีกา 895/2481ฎีกา 510/2491ฎีกา 1041/2485ฎีกา 933/2493ฎีกา 5007/2540ฎีกา 676/2501ฎีกา 4817/2533ฎีกา 1112/2494ฎีกา 4427/2531ฎีกา 3170/2537ฎีกา 2198/2530ฎีกา 5999/2537ฎีกา 1590/2511ฎีกา 2529/2537ฎีกา 706/2493ฎีกา 5710/2544ฎีกา 760/2485ฎีกา 2851-2852/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา