⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1531/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1531/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประกันชีวิตที่ได้มาเพราะการฉ้อฉล ถือเป็นโมฆียะ และหากผู้เอาประกันบอกล้างสัญญาแล้ว สัญญานั้นจะเป็นโมฆะมาแต่ต้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มิได้รับการตรวจสุขภาพ มิได้รับการฉายเอ๊กซเรย์ และตรวจคลื่นหัวใจ และจำเลยที่ 2 ได้หลอกลวงให้โจทก์เอาประกันชีวิต โดยแจ้งว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพแล้วจัดหาบุคคลอื่นไปรับการตรวจสุขภาพแทน ทำให้จำเลยที่ 1 เชื่อว่าโจทก์มีสุขภาพดี และรับประกันชีวิตโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงทำกลฉ้อฉลหลอกลวงให้โจทก์แสดงเจตนาทำสัญญาประกันชีวิต โดยเข้าใจผิดว่าได้ดำเนินการโดยถูกต้องตามระเบียบแล้ว ซึ่งถ้าโจทก์รู้ว่าเป็นการไม่ชอบก็จะไม่ทำสัญญาด้วย จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนแสวงหาผู้เอาประกันของจำเลยที่ 1 ขอให้โจทก์เอาประกันชีวิตกับจำเลยที่ 1 ถือได้ว่าสัญญาประกันชีวิตได้มาเพราะการทำฉ้อฉลของจำเลยที่ 1 เมื่อสัญญาประกันชีวิตรายนี้เป็นโมฆียะ โจทก์บอกล้างโดยชอบแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงเป็นโมฆะมาแต่แรก โจทก์จำเลยต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดส่งคืนเบี้ยประกันพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.121 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.122 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.894

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทประกันภัย จำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการสาขาที่จังหวัดเชียงใหม่ จำเลยที่ ๒ ได้ขอให้โจทก์เอาประกันชีวิตไว้กับจำเลยที่ ๑ ซึ่งกระทำได้โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพร่างกาย โจทก์จึงตกลงเอาประกันชีวิตไว้กับจำเลยที่ ๑ ไว้ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท และโจทก์ได้ชำระเบี้ยประกันไปแล้ว ๕๙๔,๒๗๕ บาท ต่อมาโจทก์จึงทราบว่าที่จำเลยที่ ๒ แจ้งต่อโจทก์ว่าไม่ต้องตรวจโรคเป็นความเท็จ และฉ้อโกงโจทก์เป็นการฉ้อฉลต่อโจทก์ หากโจทก์ทราบความจริงจะไม่เอาประกันกับจำเลยที่ ๑ โจทก์จึงบอกเลิกการประกันชีวิตรายนี้ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน ๙๔,๒๗๕ บาทให้โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การรับว่าจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนและผู้จัดการสาขาจังหวัดเชียงใหม่ของโจทก์ โจทก์รู้ดีว่าการเอาประกันชีวิตต้องมีแพทย์ตรวจสุขภาพก่อน ถ้าโจทก์ไม่ได้ตรวจร่างกาย ก็เนื่องจากโจทก์กับจำเลยที่ ๒ สมคบกันทุจริตเพื่อหวังเอาเงินประกันชีวิตจากจำเลยที่ ๑ โจทก์บอกเลิกสัญญา จำเลยที่ ๑ ตกลงด้วยแล้ว และส่งเบี้ยประกันภัยยังไม่ถึงสามปี จึงไม่มีสิทธิรับเบี้ยประกันคืน จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยร่วมกันคืนเบี้ยประกันภัย ๙๔,๒๗๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัดประกอบการค้ารับประกันชีวิตด้วย โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนและมีระเบียบในการรับประกันชีวิตว่าในกรณีมีผู้ขอเอาประกันชีวิตจำนวนเงิน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท จะต้องให้แพทย์ตรวจสุขภาพและฉายเอ็กซเรย์ด้วย เพื่อใช้พิจารณาว่าจะรับประกันหรือไม่ จำเลยที่ ๑ ได้รับประกันชีวิตโจทก์ไว้เป็นเงิน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาทตามกรมธรรม์ประกันชีวิต เอกสาร จ. ๙ โจทก์ชำระเบี้ยประกันงวดแรกจำนวน ๙๔,๒๗๕ บาทแก่จำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๑๖ ต่อมาวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ โจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ตกลงยอมเลิกด้วยแล้ว โจทก์มิได้รับการตรวจสุขภาพ มิได้รับการฉายเอ็กซเรย์และตรวจคลื่นหัวใจ และมีเหตุผลแวดล้อมกรณีให้เชื่อได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้หลอกลวงให้โจทก์เอาประกันชีวิตโดยแจ้งว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพ แล้วจัดหาบุคคลอื่นไปรับการตรวจสุขภาพแทน ทำให้จำเลยที่ ๑ เชื่อว่าโจทก์มีสุขภาพดี และรับประกันชีวิตโจทก์ จำเลยที่ ๒ จึงหากลฉ้อฉลหลอกลวงให้โจทก์แสดงเจตนาทำสัญญาประกันชีวิต โดยเข้าใจผิดว่าได้ดำเนินการโดยถูกต้องตามระเบียบแล้ว ซึ่งถ้าโจทก์รู้ว่าเป็นการไม่ชอบก็จะไม่ทำสัญญาด้วย จำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ขอให้โจทก์เอาประกันชีวิตกับจำเลยที่ ๑ ถือได้ว่าสัญญาประกันชีวิตได้มา เพราะการทำฉ้อฉลของจำเลยที่ ๑ ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญาประกันชีวิตรายนี้เป็นโมฆียะ และโจทก์บอกล้าง โดยชอบแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงเป็นโมฆะมาแต่แรก โจทก์และจำเลยต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดส่งคืนเบี้ยประกันพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นว่าชอบด้วยเหตุผลและรูปคดีแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1531/2522 นายธีระ ธีระเกียรติกังวาล โจทก์ บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธีระ ธีระเกียรติกังวาล · จำเลย - บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร ศรีอรุณ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมบูรณ์ บุญภินนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 3582/2534ฎีกา 5759/2540ฎีกา 635/2484ฎีกา 1561/2520ฎีกา 643/2494ฎีกา 225/2530ฎีกา 597/2534ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 623/2529ฎีกา 2763/2536ฎีกา 6258/2550ฎีกา 710/2542ฎีกา 397/2554ฎีกา 2438/2535ฎีกา 662/2473ฎีกา 3023/2537ฎีกา 158/2509ฎีกา 3190/2530ฎีกา 541/2509ฎีกา 247/2501ฎีกา 1671/2494ฎีกา 185/2489ฎีกา 1973/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา