⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1591/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1591/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำขอเฉลี่ยต้องกระทำภายใน 14 วันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทรัพย์สินที่ยึดไว้ทั้งหมดแล้วเสร็จ

ย่อคำพิพากษา

ที่ว่าให้ยื่นคำขอเฉลี่ยก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรค 3 นั้นหมายถึงวันสิ้นสุดการขายทรัพย์ที่ยึดมาในคราวเดียวกันทั้งหมด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำยึดทรัพย์ ได้ขายทอดตลาดครั้งแรก เมื่อ 26พฤศจิกายน 2519 ขายครั้งที่ 2 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2520 ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2520 ศาลชั้นต้นยกคำขอเฉลี่ยทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ผู้ร้องขอเฉลี่ยเข้ามาเกินระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันขายครั้งแรก เป็นการไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสาม นั้น คำว่า"ให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันขายทอดตลาด หรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้น" ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสาม หมายถึงวันสิ้นสุดการขายทรัพย์สินที่ยึดมาในคราวเดียวกันทั้งหมดทรัพย์ที่ยึดมาในคราวเดียวกันมีทั้งหมด 4 รายการ ขายครั้งแรกได้ 2 รายการ ยังเหลืออีก 2 รายการขายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2520 ผู้ร้องยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์เข้ามาเมื่อวันที่ 9กุมภาพันธ์ 2520 ยังอยู่ในระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันขายทอดตลาดครั้งสุดท้ายผู้ร้องจึงมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ยังมีหลักทรัพย์ของนายสมบูรณ์ จันทร์ศรีจำเลยที่ 2ในคดีที่ผู้ร้องเป็นโจทก์อยู่เพียงพอที่จะเอาชำระหนี้ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องและผู้ร้องนำสืบได้ว่าผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยได้อีก ผู้ร้องก็มีสิทธิที่จะเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดมาและขายทอดตลาดได้ ส่วนเรื่องการถือหุ้นของบริษัทเพชรพิมาน จำกัด นั้น โจทก์ก็นำสืบแต่เพียงว่าเดิมจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2508 ตามเอกสารหมาย จ.1 เท่านั้น ไม่ปรากฏว่าหุ้นเหล่านั้นบัดนี้ยังเป็นของจำเลยอยู่หรือไม่และมีมูลค่าเท่าใด นอกจากนั้นหากว่าหุ้นเหล่านั้นยังเป็นของจำเลยอยู่จริงโจทก์ก็คงนำยึดมาด้วยแล้ว เพราะราคาทรัพย์ที่ยึดมามีราคาเพียงประมาณ 205,400 บาทเท่านั้น ยังไม่คุ้มกับหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ฎีกาทุกข้อของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1591/2522 บริษัท แสงและเสียง(ไทย) จำกัด โจทก์ นายธำรง ขุนสะอาด จำเลย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท แสงและเสียง(ไทย) จำกัด · จำเลย - นายธำรง ขุนสะอาด · ผู้ร้อง - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3181/2528ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 1252/2501ฎีกา 271/2549ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 6300/2552ฎีกา 85/2529ฎีกา 1065/2505ฎีกา 5449/2531ฎีกา 591/2513ฎีกา 2842/2549ฎีกา 462/2507ฎีกา 553/2510ฎีกา 482/2519ฎีกา 6278/2560ฎีกา 1254/2503ฎีกา 2224/2514ฎีกา 5749/2553ฎีกา 176/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา