⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1746/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1746/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ขายยินยอมให้ผู้ซื้อเข้าอยู่บ้านอื่นและให้ผู้ซื้อทำใบมอบอำนาจรับโอนและจำนองที่ดินภายหลังกำหนดเวลาทำสัญญาซื้อขาย ถือเป็นการแสดงเจตนาที่ขัดแย้งกับสัญญาเดิม และเป็นการสละสิทธิ์ในการอ้างเหตุนั้นเพื่อเลิกสัญญา

ย่อคำพิพากษา

กำหนดเวลาทำสัญญาซื้อขายใน 7 วัน นับแต่วันในสัญญาจองที่ดิน แต่หลังจากนั้นผู้ขายยังขอย้ายผู้ซื้อเข้าอยู่บ้านอื่นและให้ผู้ซื้อทำใบมอบอำนาจรับโอนและจำนองที่ดินอีก ไม่เป็นการถือวันที่กำหนดตามสัญญาจองเป็นสำคัญ ผู้ขายถือเป็นเหตุเลิกสัญญาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยคืนเงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ประเด็นข้อแรกที่จำเลยฎีกาว่า บริษัทจำเลยถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ไปทำสัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินภายใน 7 วัน ตามเอกสารหมาย ล.1(จ.1) นั้น พิจารณาแล้ว เห็นว่าตามสัญญาดังกล่าว มีข้อความในตอนท้ายว่า "ข้าพเจ้าจะมาทำสัญญาซื้อขายให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันทำสัญญาจอง หากพ้นกำหนดนี้ ข้าพเจ้ายังไม่มาทำสัญญาซื้อขาย ให้ถือว่าข้าพเจ้าสละสิทธิที่จะทำสัญญาซื้อขายต่อไปและยอมให้ริบเงินค่าจองทั้งสิ้น" จริงอยู่เมื่อคู่กรณีไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น กำหนดเวลาที่จะต้องไปทำสัญญาซื้อขายจะต้องถือตามสัญญาดังกล่าวคือกำหนด 7 วัน แต่ได้ความว่าเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2518 หลังจากที่โจทก์ทำสัญญาจองบ้านและที่ดินหนึ่งเดือนนายชัยยง ดีสมโชค กรรมการของบริษัทจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนเขตบางกะปิ ขอย้ายโจทก์ทั้งสองกับน้อง ๆ รวม 6 คนเข้าไปอยู่ในบ้านพิพาทตามเอกสารหมาย จ.1 อันเป็นการแสดงว่าบริษัทจำเลยมิได้ถือเอากำหนดเวลา 7 วัน ตามสัญญาจองบ้านและที่ดินเป็นข้อผิดสัญญาโดยเคร่งครัดดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้ นอกจากนี้ยังปรากฏว่าจำเลยได้ให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ทำใบมอบอำนาจลงวันที่ 24 ตุลาคม 2518 ให้นายพูนศักดิ์เวชสิทธิ ทนายความไปทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยและทำนิติกรรมจำนองที่ดินที่ซื้อกับบริษัทกรุงเทพเคหะ จำกัด ตามเอกสารหมาย ล.9 ถึง ล.12 ซึ่งแสดงว่าฝ่ายจำเลยพร้อมที่จะโอนขายบ้านและที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา แม้เวลาจะล่วงเลยจากวันทำสัญญาจองมาหนึ่งเดือนเศษแล้วก็ตาม ฉะนั้น บริษัทจำลยจะถือเอาเหตุที่โจทก์ที่ 1 ไม่ทำสัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินที่จองภายในกำหนดเวลาตามเอกสาร จ.1 เป็นข้อผิดสัญญาหาได้ไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1746/2522 น.ส.ประภาศรี เทียนประเสริฐ กับพวก โจทก์ บริษัท ดีสมโชคเอสเตท จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - น.ส.ประภาศรี เทียนประเสริฐ กับพวก · จำเลย - บริษัท ดีสมโชคเอสเตท จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ สำเร็จประสงค์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · ขจร หะวานนท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3796/2540ฎีกา 472/2526ฎีกา 408/2548ฎีกา 591/2531ฎีกา 317/2489ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 1929/2537ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 540/2535ฎีกา 8477/2540ฎีกา 8367/2547ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 8509/2551ฎีกา 2009/2515ฎีกา 5434/2536ฎีกา 3059/2538ฎีกา 3765/2532ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1733/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา