⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1952/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1952/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารที่คู่ความฝ่ายหนึ่งนำมาอ้างอิงภายหลังที่ตนได้สืบพยานบุคคลเสร็จสิ้นไปแล้ว และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้คัดค้านไว้ จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อน จำเลยนำเอกสารหมาย ล.1 (หนังสือโจทก์ยกที่พิพาทให้จำเลย) มาอ้างภายหลังจากที่โจทก์ได้สืบพยานบุคคลเสร็จสิ้นไปแล้ว ในขณะที่โจทก์เบิกความจำเลยก็มิได้ถามค้านถึงเอกสารหมาย ล.1 และโจทก์ได้คัดค้านไว้แล้ว ฉะนั้น เอกสารหมาย ล.1 จึงรับฟังไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ มีบุตร ๑๐ คน โจทก์ที่ ๒ และจำเลยล้วนเป็นบุตรของโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๑ ได้แบ่งที่ดินของตนออกเป็น ๑๑ แปลง ยกให้บุตรทุกคน คนละแปลง กันไว้เป็นส่วนของตนเอง ๑ แปลง คือแปลงที่ ๑๑ โจทก์ที่ ๒ ได้ที่ดินแปลงที่ ๑ จำเลยได้ที่ดินแปลงที่ ๒ จำเลยได้ละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง โดยหลอกลวงให้เจ้าพนักงานที่ดินออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินโจทก์แปลงที่ ๑ และแปลงที่ ๑๑ ในนามจำเลยเป็นเจ้าของ นอกจากนี้จำเลยยังประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ที่ ๑ โดยไม่ยอมอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๑ มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้ได้ ขอให้ศาลสั่งแสดงว่าที่ดินแปลงที่ ๑ และแปลงที่ ๑๑ เป็นกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองของโจทก์ที่ ๒ และที่ ๑ ตามลำดับ และขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการให้ที่ดินแปลงที่ ๒ กลับคืนเป็นของโจทก์ที่ ๑ ตามเดิม จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ละเมิดต่อโจทก์ จำเลยได้ที่พิพาทมาเป็นชื่อจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองนำชี้เขตยกให้ในวันเจ้าหน้าที่ไปรังวัด โจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑ ปี นับแต่วันที่ออก น.ส.๓ ก. รายนี้ คดีจึงขาดอายุความ จำเลยมิได้ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ที่ ๑ ขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าที่พิพาทแปลงที่ ๑ เป็นของโจทก์ที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีคงมีประเด็นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะที่ดินแปลงที่ ๑๑ ซึ่งโจทก์ที่ ๑ ฎีกาว่าไม่เคยยกให้จำเลยเท่านั้น ปัญหานี้ฝ่ายจำเลยมีพยานหลักฐานอ้างว่าโจทก์ที่ ๑ ได้ทำหนังสือแสดงเจตนายกให้จำเลยแล้วตามเอกสารหมาย ล.๑ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อน จำเลยนำเอกสารหมาย ล. ๑ นี้มาอ้างภายหลังจากที่โจทก์ได้สืบพยานบุคคลเสร็จสิ้นไปแล้ว ในขณะที่โจทก์ที่ ๑ มาเบิกความจำเลยก็มิได้ถามค้านถึงเอกสารหมาย ล.๑ นี้ไว้ เพื่อให้โจทก์ที่ ๑ มีโอกาสอธิบายเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าวนี้เลย และโจทก์ได้บันทึกคัดค้านไว้ในคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยแล้วว่า เอกสารหมาย ล.๑ ที่จำเลยนำมาอ้างเพิ่มเติมภายหลังนี้เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งเป็นเอกสารปลอม ฉะนั้น เอกสารหมาย ล.๑ นี้จึงรับฟังไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๙ วรรคสอง ฯลฯ พิพากษาแก้เป็นว่า ที่พิพาทแปลงที่ ๑๑ เป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ที่ ๑ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1952/2522 นายพิมพ์ สุนา กับพวก โจทก์ นางนวล มิ่งขวัญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิมพ์ สุนา กับพวก · จำเลย - นางนวล มิ่งขวัญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม - นายโสภณ จันเทรมะ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1251/2520ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1201/2541ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2311-2314/2532ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2099/2514ฎีกา 583/2506ฎีกา 2599/2530ฎีกา 6654/2538ฎีกา 943/2543ฎีกา 957/2502ฎีกา 1338/2531ฎีกา 123/2539ฎีกา 1904/2548ฎีกา 2121/2518ฎีกา 677/2486ฎีกา 5496/2537ฎีกา 2329/2537ฎีกา 392/2506ฎีกา 952/2507ฎีกา 212/2536ฎีกา 1013/2519ฎีกา 1873/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา