⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4490/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4490/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยเบิกความปฏิเสธว่าเงินที่จ่ายตามเช็คเป็นเงินของตนเองและโจทก์ไม่เคยจ่ายเงินให้ ถือว่าโจทก์ได้ถามค้านในประเด็นเรื่องความเป็นเจ้าของเงินแล้ว โจทก์จึงนำสืบได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นของโจทก์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อนเบิกความว่าได้สั่งจ่ายเช็คชำระค่ามัดจำซื้อที่ดิน 200,000 บาท ให้แก่ ส.แทนโจทก์ไป และตอบคำถามด้านทนายโจทก์ว่าจำเลยไม่เคยได้รับเงินจากโจทก์ให้ไปซื้อที่ดินนี้ และว่าโจทก์ไม่เคยจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินบ่อทรายดังกล่าวให้ ส.เลย เช่นนี้ พอถือได้ว่าโจทก์ได้ถามค้านจำเลยในเรื่องที่ว่าเงินที่จ่ายตามเช็คของจำเลยให้ ส.นั้นเป็นเงินของโจทก์แล้ว โจทก์จึงนำสืบภายหลังได้ว่าโจทก์สั่งจ่ายเช็คจำนวนเงิน 200,000 บาท ให้จำเลยนำเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยเพื่อให้ ส.สามารถนำเช็คของจำเลยมารับเงินได้หาเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คจำนวนเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาท มอบแก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเข้าบัญชีของโจทก์เพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยและผู้มีชื่ออีกคนหนึ่งร่วมกันทำบ่อทราย นำทรายออกขายโดยเข้าหุ้นคนละ ๒๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันว่าได้เข้าหุ้นด้วย ต่อมามีการซื้อที่ดินรายหนึ่งเพื่อมาทำบ่อทราย จำเลยได้จ่ายเงินมัดจำแก่เจ้าของที่ดินไป ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถือว่าจำเลยออกเงินเข้าหุ้นแทนเช็คพิพาทแล้ว จึงขอรับเช็คคืนโจทก์บ่ายเบี่ยงแต่ได้เขียนหนังสือรับรองให้ว่าได้รับเงินตามเช็คพิพาทแล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๓๒,๒๔๓.๘๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินอีก ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นล จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เพื่อลงทุนร่วมกันดำเนินกิจการขุดทรายขายคดีมีปัญหาตามฎีกา ของจำเลยว่า จำเลยได้ปฏิบัติการอันถือว่าได้ชำระหนี้ตามเช็คพิพาทนั้นแล้วหรือไม่........ที่จำเลยฎีกาว่าเมื่อจำเลยเบิกความว่าได้สั่ง จ่ายเช็คชำระค่ามัดจำซื้อที่ดิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่นาวาอากาศโทสุบงค์ แทนโจทก์ไป โจทก์ไม่ได้ถามค้านในเรื่องนี้ไว้การที่โจทก์นำสืบในภายหลังว่าโจทก์ได้สั่งจ่ายเช็คจำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยนำเข้าบัญชีของจำเลย เพื่อให้นาวาอากาศโทสุบงค์สาามารถนำเช็คของจำเลยมารับเงินได้จึงต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๙ นั้น ปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ว่า จำเลยไม่เคยได้รับเงินจากโจทก์ให้ไปซื้อที่ดินนี้ และว่าโจทก์ไม่เคยจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินบ่อทรายดังกล่าวให้นาวาอากาศโทสุบงค์เลยดังนี้พอถือได้ว่า โจทก์ได้ถามค้านจำเลยในเรื่องที่ว่า เงินที่จ่ายตามเช็คของจำเลยให้นาวาอากาศโทสุบงค์เป็นค่ามัดจำซื้อที่ดินนั้นเป็นเงินของโจทก์แล้ว โจทก์จึงนำสืบในเรื่องดังกล่าวได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4490/2530 นาวาอากาศเอกจีรงวัฒน์ เสวตรวิทย์ โจทก์ นางวิชุดา นาคธน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาวาอากาศเอกจีรงวัฒน์ เสวตรวิทย์ · ล. - นางวิชุดา นาคธน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพโรจน์ รัตนอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1251/2520ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1201/2541ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2311-2314/2532ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2099/2514ฎีกา 583/2506ฎีกา 2599/2530ฎีกา 6654/2538ฎีกา 943/2543ฎีกา 957/2502ฎีกา 1338/2531ฎีกา 123/2539ฎีกา 1904/2548ฎีกา 2121/2518ฎีกา 677/2486ฎีกา 5496/2537ฎีกา 1952/2522ฎีกา 2329/2537ฎีกา 392/2506ฎีกา 952/2507ฎีกา 212/2536ฎีกา 1013/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา