⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1994/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1994/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ศาลสั่งงดการบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมในคดีก่อน ไม่ใช่การขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้ที่ดินและบ้านที่พิพาทกันในคดีก่อนจะเป็นทรัพย์ที่พิพาทกันในคดีนี้------ ซึ่งโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝากและขอให้ศาลพิพากษาว่าคำพิพากษาตามยอมในคดีก่อนเป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับแก่โจทก์ก็ตาม การที่จำเลยขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ในคดีก่อน ย่อมเป็นการบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมในคดีนั้น โจทก์จะมายื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งงดการบังคับคดีในคดีนี้หาได้ไม่ และคำขอของโจทก์ในกรณีเช่นนี้มิใช่เป็นเรื่องการขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินมีโฉนดหนึ่งแปลงพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์ทั้งสอง ได้จำนองไว้กับธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ต่อมาโจทก์ที่ ๑ ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ ไถ่ถอนจำนองจากธนาคาร จำเลยทั้งสองและบุคคลอื่นได้สมคบกันปลอมในมอบอำนาจทำนิติกรรมขายฝากแก่จำเลยที่ ๑ และหลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยที่ ๑ แล้ว ต่อมาจำเลยที่ ๑ ฟ้องขับไล่โจทก์ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ ของศาลแพ่ง จำเลยที่ ๒ ได้จัดการให้บุคคลไม่ทราบชื่อลงชื่อแทนโจทก์ที่ ๑ แต่งทนายต่อสู้คดีและทำสัญญาประนีประนอมต่อศาล โดยโจทก์ทั้งสองมิได้รู้เห็นยินยอม ขอให้พิพากษาว่า สัญญาขายฝากตกเป็นโมฆะและโมฆียะ เพิกถอนสัญญาและการจดทะเบียนที่ดิน ให้ศาลสั่งระงับการบังคับขับไล่และออกหมายจับโจทก์ทั้งสอง และพิพากษาว่ากระบวนพิจารณา สัญญาประนีประนอมยอมความ และคำพิพากษาตามยอม รวมทั้งการบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ เป็นโมฆะ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ไม่เคยสมคบกับจำเลยที่ ๒ ปลอมใบมอบอำนาจ จำเลยที่ ๑ รับซื้อฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้โดยชอบ โดยสุจริตและได้จดทะเบียนโดยสมบูรณ์แล้วในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ โจทก์ที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความ ขอให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาว่า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจำเลยที่ ๒ ได้ปลอมเอกสารขายฝากหลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ได้ฟ้องขับไล่โจทก์ คดีอยู่ระหว่างการบังคับคดีตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ ถ้าโจทก์ถูกบังคับให้ออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาทก็จะได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งงดการบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ ไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีนี้จะถึงที่สุด ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาที่ว่า โจทก์จะมีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งงดการบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ ของศาลแพ่งไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีนี้จะถึงที่สุด โดยยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาในคดีนี้ได้หรือไม่ดังนี้ แม้ที่ดินและบ้านพิพาทในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ จะเป็นทรัพย์ที่พิพาทกันในคดีนี้ โดยโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝากทรัพย์พิพาท และขอให้ศาลพิพากษาว่าคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับแก่โจทก์ก็ตาม แต่ตามคำร้องของโจทก์ที่ขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณานั้น เป็นการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ ที่บังคับให้โจทก์ออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาทตามคำพิพากษาตามยอมจึงเป็นเรื่องขอให้ศาลงดการบังคับคดีในคดีอื่น ทั้งการที่จำเลยที่ ๑ ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ในคดีดังกล่าว ก็เป็นการบังคับโจทก์ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมในคดีนั้น โจทก์จะยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งงดการบังคับคดีในคดีนี้ซึ่งเป็นคนละคดีกันหาได้ไม่ เพราะคำขอของโจทก์ในกรณีเช่นนี้มิใช่เป็นเรื่องโจทก์ร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ หากโจทก์ประสงค์จะขอให้ศาลสั่งงดการบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๕๗๓/๒๕๒๐ ตามเหตุที่อ้างมาในคำร้อง ก็ชอบที่โจทก์จะยื่นคำร้องขอในคดีนั้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๒, ๒๙๓ โจทก์ไม่มีสิทธิมาร้องขอให้ศาลสั่งงดการบังคับคดีในคดีนี้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1994/2522 นางมัณฑนา สงวนประเทศ กับพวก โจทก์ นายสมศักดิ์ กุลวราพร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมัณฑนา สงวนประเทศ กับพวก · จำเลย - นายสมศักดิ์ กุลวราพร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแถม กุลนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ สถานานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 171/2513ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 4273/2531ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 2280/2559ฎีกา 14246/2557ฎีกา 4794/2534ฎีกา 7280/2549ฎีกา 145/2554ฎีกา 4085/2546ฎีกา 1897/2512ฎีกา 2580/2527ฎีกา 1088/2533ฎีกา 39/2524ฎีกา 651/2518ฎีกา 68/2529ฎีกา 1634/2532ฎีกา 2467/2536ฎีกา 920/2524ฎีกา 2747/2534ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 1533/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา