⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 225/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความเท็จจะมีความผิดต่อเมื่อข้อเท็จจริงที่เบิกความนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ซึ่งหากข้อเท็จจริงนั้นไม่ว่าจะเท็จหรือไม่เท็จ ก็ไม่ทำให้สิทธิของคู่ความที่จะได้รับหรือไม่ได้รับตามที่ฟ้องผันแปรไป ข้อเท็จจริงนั้นก็ไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงได้ จำเลยเบิกความในข้อที่ว่าโจทก์ชำระหนี้จำนองแล้วหรือไม่ ข้อนี้ไม่ว่าจะเท็จหรือไม่เท็จก็ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับหรือไม่ได้รับโฉนดคืนในคดีที่โจทก์ฟ้องผันแปรไปจึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี ไม่มีมูลความผิดฐานเบิกความเท็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องฐานเบิกความเท็จ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อความอันเป็นมูลเหตุที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยเบิกความเท็จนั้นมี 2 ตอน สำหรับข้อความตอนที่ 1 นั้น พอจับใจความของคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองได้ว่า หากจะฟังว่าข้อความตามที่จำเลยเบิกความนั้นเป็นความเท็จ จำเลยก็มิได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิด ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อโจทก์ฎีกาว่าจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของธนาคารทหารไทย จำกัด สามารถทราบหรือรู้เห็นข้อความในคำเบิกความ (น่าจะเป็นข้อเท็จจริงตามที่นำมาเบิกความ) และจำเลยเบิกความเท็จโดยมีเจตนา จึงเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังมา ฎีกาโจทก์ในส่วนนี้จึงต้องห้าม ส่วนข้อความตอนที่ 2 นั้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยยกฟ้องด้วยข้อกฎหมายแต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยยกฟ้องด้วยข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับข้อความตอนที่ 1โจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และโจทก์ฎีกาโต้เถียงขึ้นมาด้วยเหตุผลอย่างเดียวกับส่วนที่เกี่ยวกับข้อความตอนที่ 1 แต่ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่บริษัทธนาคารทหารไทย จำกัด จะต้องคืนโฉนดให้แก่โจทก์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่แก่ปัญหาที่ว่าโจทก์ยังเป็นหนี้ตามสัญญาจำนองอยู่อีกหรือไม่ การชำระหนี้ตามสัญญาจำนองไม่ว่าจะได้กระทำโดยการแอบชำระให้หรือชำระให้โดยเปิดเผยไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ในอันที่จะได้รับหรือไม่ได้รับโฉนดคืนผันแปรไปหากจะฟังว่าข้อความตามคำเบิกความตอนที่ 2 นั้นเป็นความเท็จ ความเท็จนั้นก็ไม่เป็นข้อสำคัญในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกโฉนดคืน คดีโจทก์ยังไม่มีมูลพอที่ศาลจะพึงประทับฟ้องไว้พิจารณา" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2522 นายสุชาติ วิชโยธิน โจทก์ นายธีระ วรธีระ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุชาติ วิชโยธิน · จำเลย - นายธีระ วรธีระ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1635/2493ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 2186/2550ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 2891/2540ฎีกา 1998/2553ฎีกา 191/2520ฎีกา 892/2507ฎีกา 4883/2541ฎีกา 321/2482ฎีกา 9984/2553ฎีกา 2651/2517ฎีกา 904/2516ฎีกา 1184/2546ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 8404/2540ฎีกา 4974/2531ฎีกา 3357/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา