⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 235/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้ที่ไม่มีพยานลงลายมือชื่อรับรอง หรือมีพยานรับรองเพียงคนเดียว ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่สามารถใช้บังคับคดีแก่ผู้กู้ได้

ย่อคำพิพากษา

ลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้มีพยานลงลายมือชื่อรับรองคนเดียวโจทก์ลงชื่อในสัญญากู้ในช่องผู้ให้กู้ไม่ได้เป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้ไม่ชอบด้วย มาตรา 9 วรรค 3 ฟ้องบังคับคดีแก่ผู้กู้ไม่ได้ เป็นเหตุลักษณะคดีแม้โจทก์ฎีกาฝ่ายเดียว ศาลก็พิพากษายกฎีกาโจทก์และยกฟ้องผู้ค้ำประกันด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ผู้กู้ จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 2 ผู้เดียวรับผิด โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงปรากฏตามเอกสารสัญญากู้ซึ่งโจทก์ส่งอ้างว่าโจทก์ลงลายมือชื่อในช่องเจ้าของเงิน (ผู้ให้กู้) ตามปกติของสัญญาแต่แห่งเดียว จำเลยที่ 1 พิมพ์ลายนิ้วมือในช่องผู้กู้ ส่วนในช่องพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 คงมีจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อในฐานะพยานและผู้เขียนสัญญาคนเดียว ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ผู้ให้กู้ลงลายมือชื่อไว้เท่ากับเป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ด้วยแล้ว สัญญากู้ตามฟ้องจึงสมบูรณ์ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสาม บัญญัติไว้ชัดว่า พยานที่จะรับรองลายพิมพ์นิ้วมือต้องมี 2 คน แต่เรื่องนี้คงมีพยานรับรองเพียงคนเดียว ส่วนโจทก์ลงลายมือชื่อแต่ในช่องผู้ให้กู้ ไม่ได้ลงในช่องพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ ดังนั้นสัญญากู้รายนี้จะถือเสมอเท่ากับว่าจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในสัญญาไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสาม โจทก์จะฟ้องร้องให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 หาได้ไม่ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 2 เห็นว่าเรื่องนี้เกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ จำเลยที่ 2 จึงได้รับผลตามคำพิพากษาด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1) ประกอบกับมาตรา 247 ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยถึงได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเห็นสมควรให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2522 นายสุวรรณ ไชยศรี โจทก์ นางตั้ว หล่มเหลา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุวรรณ ไชยศรี · จำเลย - นางตั้ว หล่มเหลา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · ชลอ จามรมาน · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1220/2520ฎีกา 4143/2532ฎีกา 4238/2539ฎีกา 425/2520ฎีกา 8645/2547ฎีกา 958/2535ฎีกา 398/2484ฎีกา 102/2535ฎีกา 6542/2552ฎีกา 159/2475ฎีกา 3148/2530ฎีกา 4473/2541ฎีกา 4209/2543ฎีกา 2570/2525ฎีกา 359/2521ฎีกา 634-635/2488ฎีกา 645/2475ฎีกา 386/2473ฎีกา 3748/2530ฎีกา 6448/2550ฎีกา 1165/2482ฎีกา 189/2540ฎีกา 1253/2511ฎีกา 610/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา