⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2400/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2400/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อาวุธปืนที่มีใบอนุญาตให้มีตามกฎหมาย แม้จะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด ก็ไม่เป็นทรัพย์สินที่ต้องริบโดยอัตโนมัติ แต่ศาลมีดุลพินิจที่จะสั่งริบหรือไม่ริบก็ได้

ย่อคำพิพากษา

อาวุธปืนของกลางเป็นปืนมีทะเบียนซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตให้มีตามกฎหมายจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิดอันจะต้องริบตามประมวบกฎหมายอาญา มาตรา 32 การที่จำเลยซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวได้พาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปในทางสาธารณะและหมู่บ้านและยืนปืนในหมู่บ้านนั้น ไม่ทำให้อาวุธปืนของกลางที่มีใบอนุญาตแล้วกลายเป็นอาวุธปืนที่ผิดกฎหมายไปด้วย แต่เป็นวัตถุแห่งการกระทำผิด ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะสั่งริบหรือไม่แล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป แม้กรณีเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) กฎหมายก็บัญญัติให้ศาลมีอำนาจหรือให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะสั่งริบหรือไม่ริบก็ได้ ไม่ใช่บทบังคับที่ศาลจะต้องสั่งริบเสมอไป เช่น กรณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 ประมวลกฎหมายอาญา ม.376

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวจากเจ้าพนักงานได้พกพาอาวุธปืนสั้นหมายเลขทะเบียน อ.ด.๔/๑๑๑๗๐ ของจำเลยเอง ไปในทางสาธารณะและหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุจำเลยและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์และไม่มีเหตุสมควร และจำเลยได้ยิงปืนในหมู่บ้าน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ,๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑,๓๗๖ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑,๓๗๖ ฯลฯ ลงโทษฐานพกพาอาวุธปืนมีทะเบียนฯ ซึ่งเป็นบทหนักปรับ ๔๐๐ บาท ฐานยิงปืนในหมู่บ้านปรับ ๕๐๐ บาท รวมปรับ ๙๐๐ บาท รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๔๕๐ บาท ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้คืนอาวุธปืนของกลางแก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้ริบอาวุธปืนของกลาง โดยอ้างว่าการทระทำของจำเลยตามฟ้องซึ่งข้อเท็จจริงยุติตามคำรับสารภาพของจำเลยเป็นการใช้อาวุธปืนกระทำผิดตามกฎหมายแม้เป็นปืนมีทะเบียนก็ต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) นั้น เห็นว่าอาวุธปืนของกลางเป็นปืนมีทะเบียนซึ่งจำเลยได้รับอนุญาติให้มีตามกฎหมาย จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิดอันจะต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ การที่จำเลยซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวได้พาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปในทางสาธารณะและหมู่บ้านและยิงปืนในหมู่บ้านตามฟ้องนั้น ไม่ทำให้อาวุธปืนของกลางที่มีใบอนุญาตแล้วกลายเป็นอาวุธปืนที่ผิดกฎหมายไปด้วย แต่เป็นวัตถุแห่งการกระทำผิด ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะสั่งริบหรือไม่แล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป แม้กรณีเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) กฎหมายก็บัญญัติให้ศาลมีอำนาจหรือให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะสั่งริบหรือไม่ริบก็ได้ ไม่ใช่บทบังคับที่ศาลจะต้องสั่งริบเสมอไป เช่นกรณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2400/2522 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายกอง หรือคำกอง หรือ กองแก้ว ชูมา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · ล. - นายกอง หรือคำกอง หรือ กองแก้ว ชูมา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นางสิริรัตน์ จันทรา · ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ บุญเลี้ยง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1400/2538ฎีกา 2176/2543ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1875/2547ฎีกา 531/2510ฎีกา 1373/2553ฎีกา 4534/2531ฎีกา 8617/2547ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 5426/2536ฎีกา 696/2541ฎีกา 4105/2541ฎีกา 239/2484ฎีกา 738/2536ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา