⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2497/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2497/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งร่วมกับผู้อื่นกระทำการปลอมเอกสาร โดยแบ่งหน้าที่กันทำ แม้ตนเองมิได้ลงมือปลอมเอง ก็ต้องรับผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ติดต่อและรับเงินจากผู้ต้องการได้ประกาศนียบัตรปลอมกับจดชื่อวันดือนปีเกิดของผู้นั้นให้จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ไปติดต่อกับคนที่ปลอมเอกสาร เมื่อได้เงินมาก็แบ่งปันกัน ดังนี้ แม้จำเลยทั้งสองมิได้ลงมือกระทำการปลอมเองก็ตาม แต่ก็เป็นที่เห็นได้ชัดแจ้งว่าได้ร่วมกันกับคนที่ทำปลอมขึ้นโดยแล่งหน้าที่ทำกันทำ จำเลยทั้งสองจึงต้องมีความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารราชการด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปลอมประกาศนียบัตรของกรมสามัญศึกษา และนำไปใช้อ้างและจำหน่าย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๕,๒๖๘,๘๓ และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า นายปรีชาผู้มาติดต่อให้ทำประกาศนียบัตรทราบดีว่าเป็นเอกสาร นับได้ว่ามีส่วนร่วมในการกระทำด้วย ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ใช้เอกสารปลอม ทั้งนายปรีชายังไม่ได้ใช้หรืออ้างต่อผู้ใด พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๑ ปี ๔ เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานใช้เอกสารปลอมอีกฐานหนึ่ง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้อง แต่ก่อนส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์จำเลยที่ ๑ ขอถอนอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์ฟังว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกันใช้ เอกสารปลอมและร่วมกันปลอมเอกสาร ส่วนจำเลยที่ ๑ แม้จะถอนอุทธรณ์ เมื่อพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันปลอมเอกสาร ต้องถือว่าเป็นเหตุอยู่ในลักษณะคดีต้องยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ ในข้อหาปลอมเอกสารด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยทั้งสองในข้อหาฐานปลอมเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานปลอมเอกสารตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า รูปคดีน่าเชื่อว่านายปรีชาได้ใบประกาศนียบัตรปลอมมาโดยจำเลยทั้งสองจัดการให้จริง ซึ่งตามคำรับของจำเลยทั้งสองชั้นสอบสวนว่า จำเลยที่ ๑ จดชื่อวันเดือนปีเกิดของนายปรีชาให้จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๑ เป็นคนเรียกเงินจาก นายปรีชา แล้วจำเลยที่ ๒ นำชื่อวันเดือนปีเกิดไปให้นายวิชัย ต่อจากนั้นทั้งสามคนไปเอาประกาศนียบัตรจากนายวิชัย การกระทำของจำเลยทั้งสองแม้ไม่ได้ลงมือกระทำการปลอมเองก็ตาม แต่ก็เป็นที่เห็นได้ชัดแจ้งว่าได้ร่วมกันกับคนที่ทำปลอมขึ้นโดยแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ติดต่อและรับเงินจากนายปรีชา กับจดชื่อวันเดือนปีเกิดให้จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ ไปติดต่อกับคนที่ปลอมเอกสาร เมื่อได้เงินมาก็แบ่งปันกัน เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ประกอบด้วยเหตุผลมั่นคงฟังได้ว่าจำเลยร่วมสมคบกันทำเอกสารรายการปลอม พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยทั้งสองไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2497/2522 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเสน่ห์ พุ่มเพ็ง กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายเสน่ห์ พุ่มเพ็ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3578/2531ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 15230/2555ฎีกา 3361/2536ฎีกา 1386/2521ฎีกา 637/2481ฎีกา 9368/2552ฎีกา 786/2519ฎีกา 2632/2529ฎีกา 47/2538ฎีกา 4018/2542ฎีกา 1312/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา