⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2655/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2655/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้และคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ต่อไปได้ โดยไม่ต้องยกเลิกกระบวนพิจารณาที่ได้ดำเนินการมาโดยชอบแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยลูกหนี้เด็ดขาดเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว แม้ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ เมื่อศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยลูกหนี้เด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยลูกหนี้ที่กระทำมาแล้วรวมทั้งดำเนินการในเรื่องคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ต่อไปได้ หามีกฎหมายบัญญัติให้ยกเลิกกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายที่ดำเนินการมาโดยชอบแล้วไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นายธีรพลเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าหนี้ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาในชั้นนี้ว่า นายธีรพล วัฒนปรีดี เจ้าหนี้ซึ่งได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ใหม่อีก จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยลูกหนี้เด็ดขาด นายธีรพลเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา ซึ่งเป็นการชอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 27, 91 แล้ว แม้ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ จะมีผลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมดอำนาจที่จะดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยลูกหนี้ต่อไปก็ตาม แต่คดียังไม่ถึงที่สุด เมื่อศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยลูกหนี้เด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยลูกหนี้ที่กระทำมาแล้ว รวมทั้งดำเนินการในเรื่องคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ต่อไปได้ หามีกฎหมายบัญญัติให้ยกเลิกกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายที่ดำเนินการมาโดยชอบแล้วไม่ โดยเฉพาะคำขอรับชำระหนี้ของนายธีรพลเจ้าหนี้ที่ยื่นไว้เดิมแล้วนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ได้ทำการสอบสวนและมิได้ประกาศให้ยกเลิกแต่อย่างใด ประกาศของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2518ก็เพียงแต่ให้เจ้าหนี้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เท่านั้นไม่รวมถึงนายธีรพลเจ้าหนี้หรือเจ้าหนี้อื่นซึ่งได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ก่อนแล้วและการที่นายธีรพลเจ้าหนี้ไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ใหม่อีก จะถือว่าไม่ประสงค์จะขอรับชำระหนี้ต่อไปดังที่เจ้าหนี้ผู้คัดค้านฎีกามิได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 1808/2512 ที่เจ้าหนี้ผู้คัดค้านยกขึ้นอ้างมานั้นเป็นกรณีที่เจ้าหนี้มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ จะนำมาปรับกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2655/2522 ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามโลหะพันธ์ โจทก์ บริษัท ป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด จำเลย เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ จำเลย นายธีรพล วัฒนปรีดี จำเลย เจ้าหนี้ผู้คัดค้าน จำเลย กรุงเทพมหานคร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามโลหะพันธ์ · จำเลย - บริษัท ป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด · จำเลย - เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ · จำเลย - นายธีรพล วัฒนปรีดี · จำเลย - เจ้าหนี้ผู้คัดค้าน · จำเลย - กรุงเทพมหานคร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา