⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2736/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2736/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้รถยนต์เป็นส่วนหนึ่งของแผนการคบคิดเพื่อขู่เอาทรัพย์ ไม่ใช่เพียงแค่ใช้เป็นยานพาหนะเท่านั้น ย่อมต้องริบรถยนต์คันดังกล่าวตามกฎหมาย ศาลฎีกามีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้เอง หากศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน

ย่อคำพิพากษา

ใช้รถยนต์พาผู้เสียหายไปขู่เอาทรัพย์โดยเป็นแผนการคบคิดกันไม่เพียงแต่ใช้เป็นยานพาหนะแต่อย่างเดียว ต้องริบรถตาม มาตรา 33(1) ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงไม่ถูก เพราะยังมีข้อเท็จจริงอื่นอีกหลายประการ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้เอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337 ริบรถยนต์ของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้คืนรถยนต์แก่เจ้าของโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่าตามข้อเท็จจริงในสำนวนรถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานกรรโชกโดยตรงอันศาลจะมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ดังฎีกาของโจทก์ได้หรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายและในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน แต่ในปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงมาว่ารถยนต์ของกลางนั้นจำเลยที่ 2 ใช้เป็นพาหนะนำผู้เสียหายทั้งสามไปพบจำเลยที่ 1 กับพวกเพื่อดำเนินการกรรโชกทรัพย์ตามแผนที่วางไว้เท่านั้น ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าการฟังข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวยังไม่ถูกต้อง เพราะยังมีข้อเท็จจริงอื่น ๆ อีกหลายประการที่ปรากฏจากพยานหลักฐานในสำนวน สมควรที่ศาลฎีกาจะได้ฟังข้อเท็จจริงเสียใหม่โดยข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันวางแผนในการกระทำความผิด โดยได้ให้จำเลยที่ 1 กับพวกอีกคนหนึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจไปรออยู่ที่สวนสาธารณะ แล้วให้จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ของกลางพานายวาฮับซึ่งรู้จักผู้เสียหายทั้งสามมาก่อนนั่งไปในรถ เพื่อให้นายวาฮับไปชวนผู้เสียหายทั้งสามนั่งรถยนต์ของกลางไปเที่ยว แล้วจะขับรถพาไปที่สวนสาธารณะซึ่งจำเลยที่ 1 กับพวกรออยู่ เหตุการณ์เป็นไปตามแผนคือจำเลยที่ 2 ขับรถพานายวาฮับนั่งรถไปชวนผู้เสียหายที่โรงแรมหาดใหญ่ไปเที่ยว แล้วจำเลยที่ 2 ขับรถพานายวาฮับกับผู้เสียหายไปถึงหน้าสวนสาธารณะ จำเลยที่ 2 ให้สัญญาณแตร 2 - 3 ครั้ง จำเลยที่ 1 กับพวกอีกคนหนึ่งที่แต่งเครื่องแบบตำรวจซึ่งยืนอยู่แถวนั้นได้โบกมือให้รถหยุด แล้วจำเลยที่ 1ได้อ้างตนว่าเป็นตำรวจสันติบาลของประเทศมาเลเซีย ได้บอกกับผู้เสียหายทั้งสามว่า ได้รับแจ้งว่ารถยนต์คันนี้บรรทุกฝิ่นและสิ่งผิดกฎหมายขอทำการตรวจค้น แล้วหยิบกระเป๋าใส่เอกสารสีแดงใบหนึ่งออกมาจากที่วางของหน้ารถเปิดดูพบธนบัตรมาเลเซียอยู่ในกระเป๋า จึงกล่าวหาว่าธนบัตรเหล่านั้นเป็นธนบัตรปลอม และผู้เสียหายนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ขอเชิญผู้เสียหายไปสถานีตำรวจ ถ้าจะไม่ให้ถูกจับก็จะต้องให้เงินที่มีอยู่ติดตัว แล้วค้นเอาเงินจากผู้เสียหายทั้งสามไปรวม 1,080เหรียญมาเลเซีย เสร็จแล้วไล่พวกผู้เสียหายลงจากรถ และขับรถหนีไป ศาลฎีกาจึงเห็นว่าจำเลยได้วางแผนใช้รถยนต์คันของกลางเป็นยานพาหนะนำนายวาฮับไปล่อลวงผู้เสียหายทั้งสามให้ขึ้นรถไปกับจำเลย แล้วพาผู้เสียหายไปยังจุดที่นัดหมาย พอถึงก็ใช้สัญญาณแตรรถบอกให้พวกจำเลยเข้ามาโบกมือให้รถหยุดแล้วกล่าวว่ารถคันของกลางได้บรรทุกฝิ่นและสิ่งผิดกฎหมายมาขอทำการตรวจค้นหยิบกระเป๋าใส่เอกสารในรถออกมาเปิดเห็นธนบัตรมาเลเซีย ได้อ้างว่าธนบัตรนั้นเป็นธนบัตรปลอม และอ้างว่าผู้เสียหายนำมากับรถ แล้วขู่เข็ญข่มขืนใจให้ผู้เสียหายยอมให้เอาเงินมาเลเซียที่ติดตัวไปในขณะที่ผู้เสียหายก็ยังอยู่ในรถ จนกระทั่งได้ทรัพย์สินต่าง ๆ ไปแล้วจึงได้ไล่ผู้เสียหายลงจากรถแล้วพากันขับรถหนีไปจึงเห็นได้ว่าจำเลยกับพวกได้ใช้รถของกลางในการกระทำผิดมาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งเสร็จสิ้นการกระทำผิด รถยนต์คันของกลางจึงมิได้ใช้ให้เป็นแต่เพียงยานพาหนะแต่อย่างเดียวดังข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ แต่เห็นได้ว่าได้ใช้ในเรื่องของการกรรโชกโดยตรง ดังพฤติการณ์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงต้องริบรถยนต์ของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)" พิพากษาแก้ ให้ริบรถยนต์ของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2736/2522 อัยการสงขลา โจทก์ นายมะโนหรือมะนอ เจ๊ะมานะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการสงขลา · จำเลย - นายมะโนหรือมะนอ เจ๊ะมานะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์ · สันติ์ ธีรนิติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 845/2543ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 369/2501ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 1019/2504ฎีกา 2546/2530ฎีกา 3067/2530ฎีกา 12543/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา