คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การมีสาเหตุโกรธผู้ตาย ไม่ถือว่าเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หากไม่มีการวางแผนหรือเตรียมการฆ่ามาก่อน
2. การที่จำเลยปฏิเสธชื่อของตนเองต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และต่อมาได้ยอมรับชื่อตามบัตรประจำตัวที่พบจากการตรวจค้น ถือเป็นพฤติการณ์ที่ส่อพิรุธของจำเลย
ย่อคำพิพากษา
เพียงแต่จำเลยมีสาเหตุโกรธผู้ตาย ถือไม่ได้ว่าฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเมื่อไม่ได้ความว่าวางแผนเตรียมการฆ่ามาก่อน
จำเลยถูกจับ ปฏิเสธต่อตำรวจว่าไม่ใช่ชื่อที่จำเลยใช้ ตำรวจค้นได้บัตรประจำตัว จำเลยจึงรับว่าชื่อดังในบัตร ศาลรับฟังส่อพิรุธของจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) 371 ให้ประหารชีวิต และปรับ 100 บาท ริบปืนกับปลอกและหัวกระสุนปืนของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นจำคุกตลอดชีวิต โจทก์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ตำรวจสืบทราบว่าจำเลยไม่ได้อยู่กับภริยาที่บ้านสี่แยกบ้านแขก แต่ย้ายไปเช่าบ้านเลขที่ 137/13 อยู่ในซอยโชคชัย 2ถนนลาดพร้าว จำเลยเอารถยนต์เลขทะเบียน 4 ค.6084 ไปใช้อีก ระหว่างนี้จำเลยติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ แล้วไม่มอบ ตำรวจไปจับจำเลยที่บ้านเช่าดังกล่าว พบตัวจำเลย จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ชื่อนายพรเทพ ตำรวจค้นได้บัตรประจำตัว จำเลยจึงยอมรับ ล้วนแต่ส่อพิรุธของจำเลยและตำรวจจับจำเลยได้พร้อมทั้งรถยนต์โตโยต้าสีฟ้าหมายเลขทะเบียน 4ค.6084 ค้นในบ้านได้อาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด .45 เครื่องหมายทะเบียน ก.ท. 18005341 ซึ่งตามใบอนุญาตเอกสารหมาย จ.9 เป็นอาวุธปืนของจำเลยเมื่อทำการตรวจเปรีบเทียบอาวุธปืนกระบอกนี้กับปลอกกระสุนปืนออโตเมติกขนาด .45 จำนวน 6 ปลอก ซึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยผู้ชำนาญกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจ ปรากฏเป็นปลอกกระสุนปืนที่ยิงมาจากอาวุธปืนของจำเลยกระบอกนี้ ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับผู้ตายมีสาเหตุกันอยู่ โดยจำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้ผู้ตาย 3 ฉบับ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งหมด นางศรีนำเช็คไปร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลย แล้วจำเลยกับผู้ตายแย่งคนงานกันซึ่งเป็นคนงานที่ทำงานดี นางศรีผู้ตายพาคนงานไปแจ้งตำรวจกองปราบหาว่าภริยาจำเลยกักขังคนงานทำให้เสียเสรีภาพ ตำรวจไปค้นบ้านจำเลยตามรายงานประจำวันของตำรวจเอกสารหมาย จ.ร.3, จ.ร.4 พยานหลักฐานเชื่อได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตายทั้งสอง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาว่า พยานหลักฐานเป็นเรื่องจำเลยฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า การที่มีสาเหตุโกรธแค้นกันถือไม่ได้เสมอไปว่าเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยวางแผนเตรียมการฆ่ามาก่อน จะถือเอาเป็นการฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อนยังไม่ถนัด จำเลยอาจคิดฆ่าผู้ตายขึ้นในขณะที่ขับรถยนต์เข้ามาในซอยบ้านผู้ตายได้เห็นผู้ตายออกไปคุยกับนายแดงที่หน้าบ้านก็เป็นได้ จำเลยคงไม่คาดคิดได้ก่อนหน้านั้นว่าผู้ตายทั้งสองจะต้องออกไปคุยกับนายแดงตรงหน้าบ้านในขณะเกิดเหตุที่จะวางแผนเตรียมการฆ่าผู้ตายในตอนนี้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2522
อัยการกรมอัยการ โจทก์
นายพรเทพ หรือกี่ พรหมผดุงชีพ จำเลย
โจทก์ร่วม จำเลย
นายวิวัฒน์ หรือกวง แซ่เตียว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายพรเทพ หรือกี่ พรหมผดุงชีพ · จำเลย - โจทก์ร่วม · จำเลย - นายวิวัฒน์ หรือกวง แซ่เตียว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา