⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 473/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยได้รับอนุญาตจากผู้ซึ่งอยู่ในเคหสถานนั้น ถือว่าเป็นการเข้าไปโดยมีเหตุอันควร แม้ภายหลังจะมีการไล่ให้ออกไป แต่หากการกระทำนั้นมีเจตนาเพื่อเจรจาขอคืนดีกับบุคคลในเคหสถาน ก็ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายโดยบุตรีผู้เสียหายซึ่งเป็นภรรยาโดยพฤตินัยของจำเลยนัดให้ไปพบ ถือได้ว่าเป็นการเข้าไปโดยมีเหตุอันควร และแม้เมื่อผู้เสียหายได้ไล่จำเลยให้ออกไป แต่จำเลยไม่ยอมออก ทั้งนี้ เพื่อขอร้องภรรยาจำเลยให้กลับไปอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาดังเดิม ดังนี้ เห็นได้ว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานบุกรุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยไม่มีเหตุอันควรได้เข้าไปในบริเวณบ้านอันเป็นเคหะสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต และผู้เสียหายได้ไล่ให้จำเลยออกไปแต่จำเลยไม่ยอมออก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ (๓) จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ (๓) จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่า เดิมนางสุภาภรณ์บุตรผู้เสียหายเคยหนีออกจากบ้านไปจดทะเบียนสมรสและอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย ต่อมาได้จดทะเบียนหย่าขาดกัน แล้วนางสุภาภรณ์กับจำเลยได้แต่งงานกันอีกโดยได้กระทำตามประเพณีนิยม มีการออกบัตรเชิญแขกไปเป็นเกียรติในพิธีมงคลสมรส ปรากฏตามเอกสารหมาย ล. ๑ และภาพถ่ายหมาย ล. ๒ ถึง ล. ๔ แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันก็ถือว่านางสุภาภรณ์กับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยพฤตินัย และนางสุภาภรณ์เพิ่งหนีไปอยู่กับผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุเพียง ๒ - ๓ วันเท่านั้น การที่จำเลยเข้ามาในบ้านผู้เสียหายก็ได้ความจากตัวผู้เสียหาย นางอุไร และนางสุภาภรณ์ ตรงกันว่าจำเลยจะมาขอคืนดีกับนางสุภาภรณ์ ทั้งปรากฏว่านางสุภาภรณ์เป็นผู้นัดแนะให้จำเลยมาพบที่บ้านในวันเกิดเหตุ การที่จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายดังกล่าว นับว่าเข้าไปโดยมีเหตุอันควร แม้จะได้ความว่าผู้เสียหายได้ไล่จำเลยให้ออกจากบ้าน จำเลยไม่ยอมออกก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยไม่ยอมออกจากบ้านผู้เสียหายก็เพื่อจะขอร้องให้นางสุภาภรณ์กลับไปอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาตามเดิมพฤติการณ์ดังกล่าวได้เห็นว่า จำเลยไม่มีเจตนาบุกรุกเคหะสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2522 พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์ นายประเสริฐ รัตนทวีชาติ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง · ล. - นายประเสริฐ รัตนทวีชาติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ สำเร็จประสงค์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · ขจร หะวานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายวิบูลย์ มีอาสา · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 624/2524ฎีกา 1310/2513ฎีกา 2314/2529ฎีกา 7958/2555ฎีกา 15717/2553ฎีกา 3664-3665/2534ฎีกา 3081/2524ฎีกา 1811/2530ฎีกา 4069/2536ฎีกา 290/2543ฎีกา 5471/2553ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5543/2534ฎีกา 18654/2555ฎีกา 214/2524ฎีกา 1699/2529ฎีกา 1936/2522ฎีกา 489/2551ฎีกา 279/2539ฎีกา 2269/2538ฎีกา 246/2515ฎีกา 2813/2568ฎีกา 5428/2540ฎีกา 1142/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา